คอลัมน์ หลอน : หมอเฉลว(ตอนแรก)

“นทธี ดวงจันทร์กระจ่าง”

เขลว หรือสิ่งที่คนแถวบ้านฉันเรียกว่า ตาเหลว แทรกอยู่ในหลายจังหวะ หลายพิธีการ ฉันมักมองเห็นเขลวที่แพทย์ต้มยาเอาทิ่มไว้ที่หม้อยา เพื่อยาหม้อคงจะประสิทธิภาพตามความเลื่อมใส มองเห็นตาเหลวห้อยตามบ้านงานเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งเลวร้าย รอดักจับผีไม่ดีที่จะมาทำลายรังควานงานหรือคนภายในบ้าน ตาเหลวที่ปักอยู่ที่คันดิน แม่เคยพูดว่าจะช่วยคุ้มครองปกป้องข้าวในที่นาให้อยู่รอดไม่มีอันตราย เห็นผลผลิตดี แม้กระนั้นเรื่องที่จะเล่าตั้งแต่นี้ต่อไปเขลวยังมีอีกความหมายที่ฉันไม่รู้มาก่อน

เขลวเป็นสิ่งที่พระยมหรือพญายมใช้เพื่อการตามจับผีสาง วิญญาณ (ยมบาศ) ก็เลยมักใช้เขลวเพื่อการป้องกันผีอะไรต่ออะไรบ้างที่อยู่ในหลายจังหวะด้วย เพราะฉะนั้นการที่เด็กแรกคลอดผู้ชายคนหนึ่งเกิดขึ้นมาพร้อมปานสีแดงสดรูปร่างเหมือนเขลวห้าแฉกที่หลังมือขวา ในบ้านที่คุณพ่อและก็คุณแม่เป็นคนธัมมะธัมโม แถมเกลียดเรื่องผีๆก็เลยเป็นความแปลกยิ่ง

ที่แท้สิ่งที่ทำให้คนที่อยู่รอบข้างต่างฉงนใจ เป็นเด็กอ่อนคนนั้นกำเนิดกับบิดามารดาที่มีผิวขาวเหลือง แต่ออกมาผิวแดงดำ ผมหยิกสั้น ตัวออกจะโตบึกบึน ดวงตาดุ เสียงร้องสะท้อนห้าวไม่ถูกเด็กทารกทั่วๆไปจนถึงหลายท่านที่ได้ยินถึงกับผวา ผู้เฒ่าผู้แก่เช้าใจกันว่า เด็กคนนี้เป็นร่างอวตารของพระยม ที่เกิดมาเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ควรจะเป็นทุกข์เพราะว่าผี แม้กระนั้นบิดามารดาของเด็กไม่เชื่อแบบนั้น พวกเขาอุปการะลูกชายของเขาอย่างดีเยี่ยม ตั้งชื่อลูกว่าหมิ่นหม้อ(เขม่าดำที่ติดตูดหม้อ) จากที่คุณยายของเด็กทักเอาไว้ว่าให้ตั้งชื่อน่าขยะแขยงๆเพื่อหลอกผี ผีจะได้ไม่ต้องการมายุ่งหรือลักพาเอาไปเป็นลูก เวลาเรียกลูกสั้นๆบางคราวก็เรียก ลูกหม้อ ลูกหม้อ

เลี้ยงกันมาตามธรรมดาเด็กก็เติบโตแข็งแรงดีราวกับเด็กทั่วๆไป ในขณะที่มองข้างนอกบึกบึน แม้กระนั้นก็มีความสุภาพ แล้วก็มีเมตตา ถูกใจช่วยเหลือผู้อื่นเสมอเหมือนกันกับบิดามารดาของเขา แต่ว่าเพียงพอเด็กคนนี้เริ่มรู้เรื่องรู้ราว อายุสักห้าขวบมึงก็เริ่มมีเรื่องมีราวแปลกๆเป็นแกมักจะขอให้คุณพ่อและก็คุณแม่พาไปบ้านผู้ที่ป่วยไข้ อาการแปลกๆใกล้จะตายอยู่ที่บ้าน เพียงพอไม่พาไปก็ร่ำร้องจนถึงทนไม่ได้ จำเป็นต้องยอมพาไป แล้วหมิ่นหม้อก็จะเดินขึ้นบ้านคนเจ็บนั้น เอามือขวาที่มีปานเขลวสัมผัสไปตามรอบๆบ้าน ก่อนจะเข้าไปสัมผัสตัวผู้ป่วย แล้วต่อจากนั้นคนไข้ก็จะหายจากลักษณะของการป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ข้างในวันนั้น

เป็นแบบนี้อยู่สักสามสี่ราย บ้านของหมิ่นหม้อก็เริ่มมีคนแวะเวียนไปพบเพิ่มมากขึ้น ร้องขอบิดามารดาของเด็ก ให้พาไปรักษาคนเจ็บที่บ้าน จากที่เรียกตามบิดามารดาเด็กว่าลูกหม้อ ก็พากันเรียกว่าลูกแพทย์ ด้วยความนอบน้อมเป็นพิเศษ แต่ว่าเว้นเสียแต่หมิ่นหม้อจะไม่ยินยอมไปดังที่เขาชักชวนแล้ว ยังเริ่มเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ค่อยยอมพูดจากับคนใดอีกด้วย บิดามารดาของหมิ่นหม้อก็เริ่มเครียด และก็ขอความช่วยเหลือไม่ให้คนไหนกันแห่กันมาที่บ้านอีก

ต่อไปเมื่อมีเหตุแปลกที่เขาว่าผีเข้า คนโดนของ หรือผู้ที่เจ็บป่วยแปลกๆเด็กหมิ่นหม้อก็จะขอให้บิดามารดาพาไปเอง แล้วก็จัดแจงจนถึงอยู่หมัดด้วยการเอามือขวาแตะเบาๆเพียงแค่นั้น ฉันเคยได้เห็นกับตากาลครั้งหนึ่ง ป้าข้างบ้านฉันเขาว่าโดนผีกละสิง เวลากลางคืนลงมาหักคอไก่กินดิบๆตาขวาง ร้องดุทุกคนที่ใกล้ เพียงพอทราบดีว่าหมิ่นหม้อเดินขึ้นบันไดเรือนมาเพียงแค่นั้นก็ลงดิ้นพราดๆดิ้นรน ร้องกรี๊ดๆว่ากลัวแล้วๆจนถึงหมิ่นหม้อเดินไปเอามือขวาที่มีปานเขลวแตะต้องหัวเบาๆก็หล่นทรุดลงสลบไป พอเพียงรู้สึกตัวฟื้นมาก็เปลี่ยนเป็นคนเดิมธรรมดา ไม่มีอาการแปลกๆอีก มึงรักษาคนด้วยแนวทางแบบนี้กระทั่งโตเป็นชายหนุ่ม

แม้กระนั้นการที่จะไปรักษาไล่ผีคนใดกันแน่นี้สุดแท้แต่ความมั่นหมายของหมิ่นหม้อเองแค่นั้น หลายรายก็เลยโกรธ หมิ่นหม้อมิได้ชี้แจงอะไร แต่ว่าพูดว่า บางรายมึงก็ช่วยไม่ได้ ปัจจุบันนี้หมิ่นหม้อเปลี่ยนเป็นที่รู้จักในชื่อแพทย์เขลว คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่เอ็งเสียไปหมดแล้วเมื่อเอ็งอายุได้ 18 ปี นอนตายไปเฉยๆมึงก็เลยอยู่แม้กระนั้นบ้าน มีบุคคลที่นับถือเลื่อมใสเอาข้าวน้ำมาเลี้ยงแลให้ไม่ขาด บิดาแพทย์เขลวแม้ว่าจะได้โอกาสในอามิษทรัพย์สินแต่ว่าเอ็งรับรองไม่รับเงินผู้ใดกันแน่ทั้งหมด บางรายเรื่องกล้วยๆๆน้อยๆอย่างเด็กนอนฝันร้าย แม่ยายเจ็บคอ มึงก็สานก้านมะพร้าวหรือใบลานทำเขลวให้ไปห้อยหรือแทงหม้อต้มยาพอให้เป็นอันมากหัวใจโดยไม่คิดเงินเหมือนกัน

มีคนมาถามแพทย์เขลวว่า เอ็งช่วยใครๆมามากมายอย่างงี้ อยากได้หรือต้องการทำอะไรบ้างในชีวิต แกนั่งเหม่อลอยอยู่ แล้วว่า สิ่งที่ต้องการทำนั้นทำไม่ได้ในชาตินี้ ต้องการบรรพชาอยู่ใต้ร่มกาสาว ผ้าส่งบุญให้คุณพ่อและก็คุณแม่ที่ตาย แม้กระนั้นพอเพียงถามต่อว่าต่อขานเพราะอะไรถึงทำไม่ได้มึงก็มิได้ตอบอะไร

เรื่องของแพทย์เขลวนี้คงจะเรียบตลอดไป เป็นราวกับตำนานของปู่ค่ะนผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่บางทีอาจจะต่อเติมเสริมแต่งบ้างด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆพอเพียง สมสนุกสนาน ทว่าในปีที่เอ็งอายุได้ 25 ปีพอดิบพอดีนั้นเองก็มีเรื่องมีราวราวหนึ่งที่ทำให้แพทย์เขลวกลายมีชื่อเสียงกันแทบจะภาคเหนือ เมื่อเกิดเหตุน่าสะพรึงกลัวขึ้นในวันที่หญิงสาวท้องโตคนหนึ่งถูกแบกปีกเดินตาเหม่อเข้ามาขอร้องที่บ้านของมึง

Related posts