ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ #โอกาสที่เท่าเทียม เผยชีวิตจริงเด็กข้ามชาติในไทย

หน่วยงานกองทุนฉุกเฉินสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ เมืองไทย เปิดตัวแคมเปญ #จังหวะที่เสมอภาค หรือ #FightUnfair เพื่อสร้างความเข้าใจในความไม่เสมอภาคในชีวิตแล้วก็ปัญหาต่อการเข้าถึงการเรียนรู้แล้วก็การดูแลรักษาพยาบาลของเด็กระหว่างประเทศในประเทศไทย พรัอมทำวิดีโอรณรงค์เรื่อง #เด็กก็คือเด็ก หรือ #AChildIsAChild โดยแคมเปญเรียกร้องให้สังคมละเลยสถานะของการเป็นเด็กระหว่างชาติ แต่ว่าเป็นเด็กผู้ควรจะได้รับช่องทางในชีวิตอย่างเสมอภาคกับเด็กทั่วๆไป นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนหน่วยงานกองทุนฉุกเฉินสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ เมืองไทย พูดว่า เด็กก็คือเด็ก ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนไหนกันแน่หรือมาจากไหน ไม่ว่าจะเป็นเด็กระหว่างประเทศ เด็กผู้หนีภัย เด็กไม่มีเชื้อชาติ หรือเด็กไม่สมประกอบ พวกเขาควรจะได้ไปพบแพทย์เมื่อเขาไม่สบาย ได้ไปสถานศึกษาแล้วก็เรียนจบเสมือนเด็กผู้อื่น  เด็กต้องการของทุกคนความรัก ความใส่ใจ การป้องกัน แล้วก็ช่องทางที่เสมอภาคสำหรับในการเติมเต็มความฝันของตนเองเพื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อย่างที่ตนใฝ่ฝันจะเป็น “หากแม้เมืองไทยจะมีข้อบังคับและก็หลักการที่ดีที่เอื้อให้เด็กทุกคนรวมทั้งเด็กระหว่างชาติได้เข้าถึงบริการเบื้องต้นที่จำเป็นต้อง แต่ว่าในทางปฏิบัติ เด็กพวกนี้พบเจอปัญหาต่อการเข้าถึงบริการพื้นฐานเนื่องมาจากนานัปการมูลเหตุ อย่างเช่น การเช็ดกตีตราแล้วก็เลือกปฏิบัติจากผู้คนในสังคม การจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเข้ารับบริการ ผู้กระทำลัวที่จำเป็นต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐ การอพยพที่อยู่เสมอๆ แล้วก็การขาดวิชาความรู้สำหรับการเข้าถึงบริการ” สำหรับวิดีโอเรื่อง #เด็กก็คือเด็ก เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของแคมเปญ #จังหวะที่เสมอภาค ของกองทุนฉุกเฉินสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีนี้ มีความยาว 5 นาที เสนอบทสำหรับพูดจริงของเด็กไทยและก็เด็กระหว่างชาติเกี่ยวกับชีวิต ความฝัน และก็เหตุการณ์ในชีวิตจริงของเด็กระหว่างชาติ ซึ่งขณะป่วยหนักก็มิได้ไปพบแพทย์ ไหมได้โอกาสได้ไปสถานที่เรียนเสมือนเด็กผู้อื่น โดยมีจุดมุ่งหมายให้พสกนิกรหันมาพอใจเรื่องความแตกต่างในสังคมที่เด็กหลายล้านคนภายในเมืองไทยกำลังพบเจออยู่ เหตุเพราะผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจเหตุการณ์เด็กรวมทั้งสตรีในประเทศไทย พุทธศักราช 2558-2559 ที่ทำโดยสสช.บอกว่า เด็กที่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่ศีรษะหน้าครอบครัวไม่กล่าวภาษาไทย เด็กในครอบครัวอนาถาและก็เด็กที่แม่มีการเรียนรู้น้อย มักมีความก้าวหน้าโดยรวมล้าหลังกว่าเด็กอื่นๆรวมถึงด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพรวมทั้งการเล่าเรียนด้วย ดูวิดีโอตรงนี้ https://www.facebook.com/unicefthailand/videos/10155114451089632/  

Read More

ธนาคารเครดิตสวิส เปิดตัวแอพพ์ช่วยเด็กวางแผนออมเงิน

ที่มาคอลัมน์ ทีนเทศ การสอนให้เด็กรู้จักคิดแผน “เก็บออมเงิน” ตั้งแต่ยังเล็ก เกิดเรื่องที่น่าสนับสนุน รวมทั้งเมื่อสิ้นเดือนเดือนสิงหาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา มีข่าวสารว่า แบงค์เครดิตสวิส แบงค์ใหญ่เป็นชั้น 2 ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นชื่อว่า “Viva Kids (วีวา คิดส์)” เพื่อเป็นวัสดุช่วยทำให้เด็กอายุน้อยกว่า 12 ปีรู้จักกำหนดจุดมุ่งหมายสำหรับเพื่อการเก็บออมเงิน รวมทั้งสามารถตรวจตรายอดเงินในบัญชี แล้วก็ทำธุรกรรมทางด้านการเงินกล้วยๆได้ด้วยตัวเอง แบงค์เครดิตสวิส มีรายงานว่า “การให้ความรู้ความเข้าใจด้านการเงินแก่เด็ก เป็นสิ่งที่ประชากรในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้ความเอาใจใส่” โดยในคำแถลงยังอ้างถึงผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจปัจจุบัน ที่ทำให้เห็นว่า มีบิดามารดาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ถึง 90% ที่อยากให้ลูกๆได้ศึกษาหัวข้อการจัดแจง บริหารการใช้ชำระเงิน เอเอฟพี แถลงการณ์ว่า ในผลวิจัยซึ่งทำโดยบริษัทศึกษาค้นคว้าทางการตลาดชื่อว่า “amPuls” ในนามของแบงค์เครดิตสวิส ยังพบว่าเด็กๆในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ส่วนมากได้รับเงินค่าของหวานติดกระเป๋า แล้วก็รู้จักใช้จ่ายเงินให้รอบคอบ ดังนี้ สำหรับเพื่อการตรวจ บิดามารดาเด็ก ถูกเสนอคำถามว่า พวกเขาจะมีแนวทางสอนให้ลูกๆทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องรายได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้ มีเงินในแบบอย่างดิจิตอลมากขึ้นมาเรื่อยแล้วก็กำลังเข้ามาแทนที่การใช้เงินเหรียญรวมทั้งแบงค์ ที่สามารถสัมผัสได้แล้วก็หยอดใส่ออมสินได้ ในแอพพ์ “วีวา คิดส์” จะมีทางเลือกต่างๆเป็นแนวทางกล้วยๆที่จะสอนให้เด็กศึกษาถึงวิธีการใช้เงินสด เงินดิจิตอล รวมทั้งการจัดการจัดแจงเงิน ขอบคุณมากภาพที่นำมาจาก วีวาคิดส์

Read More

คึกคัก! เยาวชนทั่วประเทศแห่ใช้สิทธิเลือกตั้งสภาเด็กและเยาวชน ครั้งแรกของประเทศ

ตอนวันที่ 9 เดือนกันยายน นางเทวดาเถาวัลย์ ภรที่วงกลม ผู้อำนวยการกองช่วยเหลือการพัฒนาและก็ผลประโยชน์เด็ก เยาวชน และก็ครอบครัว กรมกิจการค้าเด็กและก็เยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและก็ความมั่นคงและยั่งยืนของคนเรา (พม.) กล่าวตอนหลังเป็นประธานการสัมมนาศูนย์ ดำเนินการข่าว ดย. เพื่อเตรียมการรองรับการแก้ปัญหารวมทั้งรายงานความก้าวหน้าสำหรับในการคัด ที่ประชุมเด็กและก็เยาวชน ระดับตำบลรวมทั้งเทศบาลทั่วทั้งประเทศ 7,775 ที่ว่า จากที่ พระราชบัญญัติช่วยเหลือการพัฒนาเด็กรวมทั้งเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2560 กำหนดให้มีที่ประชุมเด็กรวมทั้งเยาวชนถึงระดับตำบล/เทศบาลเป็นครั้งแรก เพื่อเด็กแล้วก็เยาวชนในระดับพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง รวมทั้งกำหนดให้มีที่ประชุมเด็กรวมทั้งเยาวชนในระดับอำเภอ จังหวัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งที่เมืองไทยที่จะอยู่ในลำดับต่อไปนั้น ในวันนี้เป็นการจัดให้มีที่ประชุมเด็กแล้วก็เยาวชนในระดับตำบล/เทศบาล ซึ่งรับรู้รายงานบรรยากาศภาพรวมพื้นฐานเจอหลายพื้นที่เป็นไปด้วยความมีชีวิตชีวา มีเด็กแล้วก็เยาวชนนานัปการช่วงอายุมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกที่ประชุมเด็กรวมทั้งเยาวชน 21 คน แบ่งเป็นคณะผู้บริหาร 20 คน รวมทั้งประธาน 1 คน ดังนี้ ภายหลังที่เด็กรวมทั้งเยาวชนมารวมตัวกัน พวกเราได้อธิบายข้อบังคับดังกล่าวมาแล้วข้างต้น รวมทั้งจุดสำคัญการมีที่ประชุมเด็กรวมทั้งเยาวชนระดับตำบล/เทศบาล ที่จะช่วยเป็นกลไกหนึ่งช่วยสังคมและก็ชาติ ต่อจากนั้นก็ให้เลือกกระบวนการจัดให้มี โดยปรากฏว่าแต่ว่าละพื้นที่ก็ใช้แนวทางต่างๆนาๆตั้งแต่การให้แสดงวิสัยทัศน์ แล้วหลังจากนั้นยกมือโหวตเลือก หรือหยอดบัตรนับคะแนน รวมทั้งยังไม่มีจังหวัดรายงานปัญหาปัญหาเข้ามา อย่างไรก็แล้วแต่ โดยแต่ละจังหวัดจะส่งข้อมูลสรุปเข้ามาที่ ดย.ในเวลา 12.00 น. วันที่ 10 เดือนกันยายน ก่อนที่จะประมวลเนื้อหาว่ามีเด็กแล้วก็เยาวชนออกมาใช้สิทธิกี่คน เพศอะไร เป็นผู้ทุพพลภาพหรือเปล่า ในวันที่ 15 เดือนกันยายนถัดไป นางเทวดาเถาวัลย์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ได้รับเลือกเป็นที่ประชุมเด็กและก็เยาวชนระดับตำบล/เทศบาล จะมีวาระครองตำแหน่ง 2 ปี แต่ว่าในตอนปีแรกจะมีคณะผู้บริหาร 10 คน จำต้องครบกำหนดก่อนแล้วเลือกใหม่ ในเวลาที่คณะผู้บริหารอีกส่วนและก็ประธานที่ประชุมเด็กและก็เยาวชนฯจะยังอยู่ต่อ ทำให้คณะผู้บริหารจะครบวาระรวมทั้งเข้ามาใหม่แบบซิกแซ็กทุกปี ซึ่งวิธีการแบบนี้จะก่อให้การปฏิบัติการที่ประชุมเด็กแล้วก็เยาวชนขับโดยตลอด มีการสอนงานกัน ยิ่งไปกว่านี้ ดย.ได้ตระเตรียมงบประมาณให้ อบต./เทศบาลที่ละ 20,000 บาท เพื่อเป็นเงินขวัญถุงให้ที่ประชุมเด็กแล้วก็เยาวชนระดับตำบล/เทศบาลปฏิบัติการสัมมนาคณะผู้บริหารปีละ 2 ครั้ง สัมมนาสมาชิกปี 1…

Read More

"รุ่นพี่สนิท" คิดไม่ซื่อ เปิดใจ "ธารารัตน์" น.ศ.มธ. คนกระทำ "ควรอาย" ไม่ใช่เรา!

ที่มาความเห็นชนรายวันหน้า 18เผยแพร่วันที่ 17 ก.ย. 2560 ด้วยเหตุว่าผู้คนจำนวนมากมองดูเรื่องเพศเกิดเรื่องส่วนตัว เกิดเรื่องจำเป็นต้องคุยในที่ลับ ผู้ที่กล่าวเป็นคนอัลธพาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรี ทำให้เวลาถูกรุกรามทางเพศ ล่วงเกินอนาจาร ตลอดจนถูกข่มขืนกระทำชำเรา หญิงจำเป็นต้องปกปิดเรื่องดังที่กล่าวมาข้างต้นไว้เป็นความลับ ซึ่งทำให้ผู้ที่ทำยิ่งลำพองใจ ตอกย้ำซ้ำเติมวัฒนธรรมชายยิ่งใหญ่ ที่เห็นว่าความประพฤติกลุ่มนี้สามารถทำเป็น แต่โลกกำลังแปรไป ภายหลังจากหญิงผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่ถูกกระทำ ลุกขึ้นยืนต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม ซึ่งจะคืออะไรนั้น ถอดประสบการณ์ นางสาวธารรัตน์ สติปัญญา นิสิตจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งถูกรุ่นพี่ที่เชื่อใจในภาควิชาเดียวกันพากเพียรจะขืนใจ ตอนหลังไปดื่มกับเพื่อนฝูงๆแล้วก็รุ่นพี่กระทั่งเมา รวมทั้งจำเป็นต้องค้างค้างที่หอเพื่อนพ้อง แม้กระนั้นคุณก็ต่อสู้แข็งข้อแล้วก็หนีพ้นมาได้ ในช่วงเวลากลางเดือนเดือนมีนาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา เอามาสู่การยื่นจดหมายเรียกร้องมหาวิทยาลัยให้เอาผิดผู้ทำ ก่อนที่จะโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเล่าถึงเรื่องราวทั้งปวง ซึ่งสร้างกระเพื่อมทั้งยังในรั้วมหาวิทยาลัยแล้วก็สังคมอย่างยิ่ง ได้รับเสียงช่วยเหลือเยอะมาก พร้อมปัญหาจากกรอบคิดชายยิ่งใหญ่ให้จะต้องพบเจอพร้อมเพียงกัน สายธารรัตน์เล่าว่า ภายหลังจากติดต่อเรื่องของตนออกไป มีทั้งยังกระแสบวกแล้วก็กระลบกลับมา ซึ่งทำให้ตนมองเห็นทัศนคติชาวไทยหลายท่านที่มักใส่ร้ายเหยื่อในสถานะการณ์ดังที่กล่าวมาข้างต้นว่าวันนั้นแต่งตัวยังไง เพราะอะไรพาตนเองไปอยู่ในที่ไม่ปลอดภัย เพราะอะไรตอนถูกกระทำไม่กรีดขอร้อง ซึ่งสะท้อนกรอบคิดเพศชายยิ่งใหญ่ที่มีความคิดว่าสตรีจะต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ใช่หญิงอวดกล้า “ก็ต้องการถามกลับว่าพวกท่านมองละครมากมายไปหรือไม่ เพราะว่าเรื่องราวล่วงละเมิดทางเพศ มักมีเหตุมาจากคนใกล้ตัวมากยิ่งกว่าคนที่ไม่รู้จัก และก็ในระยะเวลาแบบงั้น พวกเราจำเป็นต้องชั่งใจมากมายว่าจะทำยังไง” ผู้เจอเหตุเล่าอีกว่า เรื่องราวดังที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ตนรู้สึกช็อก ไม่กล้าบอกครอบครัว ตอนแรกก็เล่าให้คู่หูฟัง จนถึงช่วงเวลาผ่านไปสักระยะ เริ่มมีความคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลย เพราะเหตุไรตนจำเป็นต้องแบกรับความรู้สึกห่วยแตกๆไว้ผู้เดียว ก็เลยคิดจะมีผลกระทบกลับให้ผู้ที่ทำ ด้วยการส่งหนังสือถึงมหาวิทยาลัยให้ปฏิบัติการซักถามทางระเบียบผู้ทำ แม้กระนั้นยังไม่เลือกไปฟ้องร้องกับตำรวจ เพราะว่าไม่เชื่อมั่นอกมั่นใจกระบวนการยุติธรรมว่าจะแก้ไขผู้เสียหายได้จริง “ฉันเริ่มจากศูนย์เลย ทีแรกๆไม่รู้เรื่องว่าจะไปเรียกร้องกับคนใดกันแน่ เนื่องจากมหาวิทยาลัยไม่เคยมีแนวปฏิบัติหรือมาตรการเรื่องรุกรามทางเพศออกมา จนถึงไปยื่นเรื่องผ่านคุณครูคนหนึ่งและก็มีการส่งเรื่องถัดไปยังผู้บริหารที่รับผิดชอบ ดังนี้ ตลอดเวลาการสืบสวน ฉันจะต้องโทรไปถามความก้าวหน้า ไปตามเรื่องตามราวเองตลอด และไม่รู้ดีว่าเรื่องจะปฏิบัติงานภายในช่วงเวลาเท่าไร จนกระทั่งผ่านไป 4 เดือนที่ตนรอมานานมาก ผลจากการสอบสวนออกมาเอาผิดทางระเบียบกับรุ่นพี่ที่ทำได้เสร็จ” กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ธารรัตน์จะต้องพบกับแรงกดดันรวมทั้งตอบปัญหามากมายก่ายกอง โดยยิ่งไปกว่านั้นกรุ๊ปรุ่นพี่ที่มาพูดจาไกล่เกลี่ยให้จบการไต่สวน เนื่องจากว่าผู้ที่ทำรู้สึกสำนึกผิดแล้ว หรือกับความรู้ความเข้าใจของสังคมกับตัวบทกฎหมาย ที่รู้เรื่องว่าการขืนใจได้แก่การใช้ของลับหนึ่งสอดใส่เข้าไปอีกของลับหนึ่ง แม้ไม่ถึงกับขนาดนั้นจะแค่เพียงปฏิบัติอนาจาร แต่ว่าข้อบังคับปัจจุบันนี้เป็น “การใช้ของลับของผู้ที่ทำทำกับของลับ ทวารหนัก หรือโพรงปากของคนอื่นๆ” หรือกล้วยๆเลยเป็น เพียงแค่เอานิ้วใส่เข้ามาที่ของลับก็ไม่ถูกฐานข่มขืนกระทำชำเราแล้ว “น่าดึงดูดว่า ภายหลังติดต่อออกไปแล้ว ก็มีอินบ็อกซ์กลับมาชี้แจงประสบการณ์ของรุ่นพี่ๆที่เคยพบเรื่องอย่างนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่าพวกเขาปลดปล่อยสถานะการณ์ผ่านไป เป็นแผลในใจตนเอง ลดคุณค่าตนเองข้างหลังถูกกระทำชำเรา…

Read More

มติสมัชชาเด็กและเยาวชนปี 60 จี้รัฐแก้ปัญหาครอบครัว-สภาพแวดล้อมไม่เหมาะเด็ก

นายปุณณพัทธ์ อรุณิชย์ตระกูล ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่โรงแรมแจ๊ส โซเทล กรุงเทพมหานคร นายปุณณพัทธ์ อรุณิชย์ตระกูล ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวถึงประกาศเจตนารมณ์ของเด็กและเยาวชน ซึ่งรวบรวมมาจากการประชุมสมัชชาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2560 ในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ 20 กันยายน โดยมีผู้บริหารกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับมอบข้อเสนอ ว่า สภาเด็กและเยาวชน รวมถึงเครือข่ายเด็กและเยาวชน ได้นำผลการจัดสมัชชาเด็กและเยาวชนระดับภาคมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาจัดทำเป็นมติสมัชชาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2560 นำเสนอเพื่อขับเคลื่อนต่อไป โดยสำหรับข้อเสนอในปีนี้เน้นประเด็นปัญหาครอบครัวและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน ประธานสภาเด็กกล่าวอีกว่า โดยข้อเสนอมี อาทิ ขอให้หน่วยงานสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลสถานการณ์เด็ก เยาวชน และครอบครัว รวมทั้งจัดทำหลักสูตรด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัว เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเสริมสร้างทักษะการพัฒนาคุณภาพชีวิตและครอบครัว โดยการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน รวมถึงขอให้จัดตั้งพื้นที่การเรียนรู้สำหรับ เด็ก เยาวชน และครอบครัว เพื่อเป็นพื้นที่กลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร รับฟังปัญหา พร้อมเสริมส่งเสริมการจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัว และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมาตรการปกป้อง คุ้มครอง ฟื้นฟู เยียวยา ส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรม และการดำเนินงานด้านการพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้มีทักษะในการดำรงชีวิต และประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับบริษัทในพื้นที่ ตลอดจนมาตรการติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

Read More

สุดยอดเด็กไทย! อนาคต "นักบินอวกาศ" นาซา

“อวกาศ” ไม่เพียงแต่เป็นดินแดนอันกว้างใหญ่ ไร้จุดสิ้นสุด แต่บนอวกาศยังเปี่ยมไปด้วยความรู้อันไม่สิ้นสุดรอการค้นคว้าอยู่เช่นกัน ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และไทยแลนด์ สเปซ แอนด์ เอโรโนทิกส์ รีเสิร์ช จัดตั้งโครงการทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย ให้เหล่าเด็กและเยาวชนร่วมชิงทุนการศึกษาด้านการสำรวจอวกาศครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นปีที่สอง ซึ่งผู้ชนะจะได้ศึกษาหลักสูตรสำรวจอวกาศเบื้องต้นแบบเร่งรัด 10 วัน ที่ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ ที่ฐานทัพเรดสโตน อาร์เซนอล ในเมืองฮันส์วิลล์ มลรัฐอลาบามา และยังได้รับทุนการศึกษาปริญญาตรีจาก สจล.ด้วย โดย กลิน ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าว ณ อเมริกัน ฮับ ชั้น 9 อาคารวิทยุทาวเวอร์ เอ กลิน ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กฤษณ์ คุนผลิน ผู้แทนสมาคมศิษย์เก่าศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ เล่าว่า สเปซแคมป์ถือเป็นหลักสูตรสำรวจอวกาศเบื้องต้น โดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ซึ่งเปิดรับเด็กจากทั่วโลกเข้าไปศึกษาทดลองใช้ชีวิตก่อนบิน ศึกษาจรวดรุ่นใหม่ในโครงการเดินทางไปยังดาวอังคาร ฝึกการเดินอวกาศแบบไร้น้ำหนัก ฝึกการนำยานสำรวจลงจอดที่สถานีอวกาศเคนเนดี้ บังคับยานสำรวจอวกาศต่างๆ รวมไปถึงการฝึกดำน้ำในชุดอวกาศในสภาพไร้น้ำหนัก ที่จะทำให้เด็กๆ มีประสบการณ์และได้ใช้ความรู้ที่มีแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ กฤษณ์ คุนผลิน ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้เหล่ารุ่นพี่แชมป์ปีแรกมาบอกเล่าประสบการณ์ด้วย เริ่มต้นด้วยที่หนึ่งของโครงการ เจิ้น-ธีรเมธ กันต์พิทยา ชั้น ม.6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เล่าว่า เหมือนกับเด็กหลายๆ คนที่ชอบเรื่องราวของไดโนเสาร์ แล้วก็สงสัยว่าทำไมพวกมันถึงตาย ทำให้เราไปศึกษาเรื่องเอเลี่ยนต่อ จนรักในเรื่องราวของวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะฟิสิกส์ และสมัครไปร่วมโครงการนี้ ซึ่งก็ได้ประสบการณ์หลายอย่าง ในแคมป์จะแบ่งทีมร่วมกับเพื่อนชาติต่างๆ อย่างสหรัฐ ออสเตรเลีย ได้นำความรู้แก้ปัญหาตามภารกิจแต่ละวัน เช่น สร้างเครื่องกันความร้อนของยานอวกาศของเราให้ใช้ได้จริง หรือออกไปซ่อมอุปกรณ์ตามคำสั่งเพื่อน เจิ้น-ธีรเมธ กันต์พิทยา “วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนได้ การไปร่วมแคมป์ก็ทำให้ได้เห็นว่าการศึกษาแต่ละที่ดีมาก ทุกคนเรียนรู้เพื่อจะนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตจริงๆ ทำให้เราต้องศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงด้านภาษาอังกฤษที่สำคัญอย่างมากด้วย” เจิ้นเผย อีกหนึ่งผู้ชนะ ชญานิษฐ์…

Read More