God of War 3: การเล่าตำนานแพนโดร่าใหม่ จากหญิงต้นกำเนิดความชั่วร้าย กลายเป็นความหวัง

โดย Reviewer Ocelot จากเว็บ thaigamewiki.com คงมีเกมเมอร์น้อยคนนักที่จะไม่เคยเห็นภาพชายหัวโล้น มีรอยสักสีแดง ดาบโซ่ในมือสองข้าง และวีรกรรมของเขาในการนำความฉิบหายวายวอดไปถวายให้เหล่าทวยเทพโอลิมปัส ตลอดเวลากว่าสิบปีนั้น การผจญภัยเพื่อล้างแค้นและล้างความทรงจำอันโหดร้ายในใจของเครโทสได้วางรากฐานเฟรนไชส์ซีรีส์ God of War ให้เป็นที่กล่าวขานโจษจันในฐานะงานสร้างสรรค์ที่ Sony ภาคภูมิใจ ทั้งในแง่ของ Gameplay ที่ให้ความสะใจกับผู้เล่นทุกการรัวปุ่มบนคอนโทรลเลอร์ มีฉากมินิเกมเล่นเซ็กส์สุดอื้อฉาว สุนทรียะอันโออ่าอลังการของสถาปัตยกรรมกรีก ฟังแค่นี้ก็ดูเหมือน God of War จะเป็นเกมที่มีแต่อะไรที่ดู “ผู้ชายๆ”  ตั้งแต่ตัวละครเอกที่เราได้กลิ่นความดิบเถื่อนตั้งแต่ชื่อ มีการสังหารอสุรกายและวีรบุรุษ รวมถึงเหล่าเทพเจ้า เอาใจคอเกมที่เป็นผู้ชายโดยเฉพาะ เพราะงั้น คงไม่แปลกที่ผู้อ่านหลายคนคงขมวดคิ้วถ้าผมจะเสนอว่า ในเกม  God of War นั้น เอาเข้าจริงแล้ว กลับมีการนำเสนอภาพผู้หญิงในแง่บวกอยู่ด้วย! โดยเฉพาะผู้หญิงที่เทวตำนานกรีกได้ตราหน้าเธอว่าเป็นผู้นำพาหายนะมาสู่มนุษยชาติ คือ แพนโดร่า แพนโดร่า หญิงที่ทำให้มนุษย์ลิ้มรสความทุกข์ยากเป็นครั้งแรก หากคุณยังไม่รู้จักตำนานแพนโดร่า ไม่เป็นไรครับ เราจะทบทวนรวบรัดตำนานนี้ให้จบในไม่กี่บรรทัด เรื่องของเรื่องก็คือ โลกก่อนที่จะมีแพนโดร่านั้น โพรมีธีอุสได้สร้างแต่มนุษย์ที่เป็นผู้ชายเท่านั้นครับ แล้วมนุษย์ก็อยู่อาศัยอย่างสงบสุข ไม่ต้องทุกข์ยากอะไรเลย จนซุสเกิดหมั่นไส้ตัวโพรมีธีอุส เพราะบังอาจแอบนำไฟจากสวรรค์ลงไปมอบให้มนุษย์ ซุสจึงสั่งให้เทพแต่ละองค์ลงพรคนละนิดละหน่อยรังสรรค์หญิงงามนามแพนโดร่าขึ้นมา และมอบให้เป็นภรรยาน้องชายของโพรมีธีอุส พร้อมไห 1 ไห (ไม่ใช่กล่องนะจ๊ะ)  กับกำชับว่าห้ามเปิดออกดูนะ เรื่องหลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่ทราบกันนั่นล่ะครับ แพนโดร่าเปิดไหปลดปล่อยความชั่วร้ายออกมาทั้งหมด มนุษยชาติเลยรู้จักความทุกข์ยากนับแต่นั้น มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาทนต่อสู้ต่อไป นั่นก็คือ ความหวัง ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในไหนั่นเอง ตำนานแพนโดร่านี่เองล่ะครับ ที่นักวิชาการด้านมนุษยศาสตร์หรือสตรีนิยมวิจารณ์ว่า เป็นงานที่นำเสนอภาพผู้หญิงในแง่ลบ แถมยังเป็นวรรณกรรมที่ทรงอิทธิพลสุด ๆ ในวัฒนธรรมของชาวตะวันตกด้วย ยิ่งอุดมคติด้านความรักของชาวกรีกได้เชิดชูความรักระหว่างระหว่างชายกับชายให้สูงส่งยิ่งกว่าชายกับหญิง ก็ยิ่งทำให้ข้อวิจารณ์นั้นฟังดูสมเหตุสมผล ด้วยเหตุนี้ แพนโดร่า จึงเป็นเหมือนมรดกตกทอดของความเกลียดกลัวผู้หญิงจากคนยุคก่อน คล้ายกับอีฟที่เป็นต้นเหตุแห่งความตกต่ำแห่งมนุษยชาติ ด้วยการไม่เชื่อฟังคำสั่งพระเจ้านั่นเอง ความหวังของเครโทส God of War 3 เป็นเกมภาคหลักที่จะสรุปเรื่องราวการแก้แค้นเหล่าเทพโอลิมปัสทั้งหมดของเครโทส และตัวละครที่เป็นกุญแจสำคัญของภาคนี้ก็คือแพนโดร่านั่นเองครับ โดยเครโทสจะต้องตามหาตัวแพนโดร่ามาใช้เปิดกล่องที่มีพลังทำลายล้างโอลิมปัสได้ (เห็นไหมว่าเป็นกุญแจจริง ๆ) ซึ่งหลังจากเครโทสได้ปลดปล่อยแพนโดร่าออกจากที่คุมขังแล้ว…

Read More

เปิดอบรม "สสส. สปอร์ต ลีดเดอร์ ซัมเมอร์ แคมป์ 2018" จ.อำนาจเริญ

“สสส. สปอร์ต ลีดเดอร์ ซัมเมอร์ แคมป์ 2018″ เปิดอบรมหลักสูตรผู้นำเยาวชนรุ่นที่ 1 เชิญโค้ชดีกรีทีมชาติมอบความรู้ พัฒนาศักภาพเด็กไทยก้าวเป็นต้นแบบ สานต่อการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพสู่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส อดีตรองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนและส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมเปิดโครงการ “สสส. สปอร์ต ลีดเดอร์ ซัมเมอร์ แคมป์ 2018″ การอบรมหลักสูตร “ผู้นำเยาวชน รุ่นที่ 1 ประจำปี 2561″ ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 54 จ.อำนาจเจริญ เพื่อต่อยอดความรู้การบริหารจัดการกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ สู่ระดับท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างมีระบบและยั่งยืน โดยการอบรมจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 5-9 เมษายนนี้ นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า “ในนามของจังหวัดอำนาจเจริญ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าบ้านต้อนรับการจัดกิจกรรม สสส. สปอร์ต ลีดเดอร์ ซัมเมอร์ แคมป์ 2018 เพราะนับเป็นโครงการที่ช่วยให้ประชาชนได้หันมาให้ความสำคัญและตระหนักถึงการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ โดยเฉพาะในหลักสูตรผู้นำเยาวชน ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงปิดเทอมแล้ว ยังช่วยปลูกฝังให้เยาวชนเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพและห่างไกลยาเสพติด รวมถึงสอนให้รู้จักการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ เรียนรู้การเป็นผู้นำและเรียนรู้ทักษะด้านกีฬา ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากผู้ฝึกสอนระดับทีมชาติ ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับความรู้และประสบการณ์มากมายกลับไป และนำไปสานต่อ สู่เยาวชนและประชาชนในชุมชนของตนต่อไป“ ด้าน นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส อดีตรองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนและส่งเสริมสุขภาพ (สสส.)กล่าวว่า “การอบรมหลักสูตรผู้นำเยาวชนในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีเยาวชนจากหลากหลายภูมิภาค ทั้งชายและหญิงเข้าร่วมทั้งสิ้น 120 คน โดยผู้เข้าร่วมอบรมทุกคนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกีฬา 3 ชนิด ได้แก่ ฟุตบอล ว่ายน้ำ และทักษะการป้องกันตัว จากผู้ฝึกสอนระดับชาติเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ตลอดโครงการ นำโดย อาจารย์ติณฑ์ เผ่าวงศากุล อดีตผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทย  และอาจารย์วรพงศ์ พัชรวิชญ์ อดีตผู้ฝึกสอนนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย นอกจากนี้ยังมีการทำความเข้าใจเรื่องภัยมืดในเด็กอย่างภาวะโรคอ้วน ตลอดจนกิจกรรมนันทนาการต่างๆ อาทิ กีฬาเชื่อมสัมพันธ์ กิจกรรมระดมสมอง การฝึกการแสดงออกต่อหน้าชุมชน และการทำงานเป็นทีม ก่อนรับมอบวุฒิบัตรเป็นการปิดท้าย สิ่งเหล่านี้จะเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ มีศักยภาพในการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี มีแนวคิดที่เป็นระเบียบแบบแผน เพื่อนำไปสานต่อสู่เยาวชนคนอื่นๆในชุมชนสร้างชุมชนสังคมที่ดี เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต“   สำหรับ “สสส. สปอร์ต ลีดเดอร์ ซัมเมอร์ แคมป์ 2018″ นับเป็นโครงการในแผนงานทุนอุปถัมภ์กีฬา ภายใต้ยุทธศาสตร์แผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย(สสส.) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพทั้ง 4 มติ ได้แก่ กาย จิต ปัญญา สังคม ควบคู่ไปกับการรณรงค์และสร้างกระแสสังคมให้ตระหนักถึงกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน…

Read More

IYF World Camp Thailand เปิดประสบการณ์ยิ่งใหญ่ เยาวชนไทยสัมผัสวัฒนธรรมนานาชาติ

กลับมาอีกครั้งพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่เพิ่มขึ้นทุกปี มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship – IYF) จับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จัดงานสุดยิ่งใหญ่กับค่ายเยาวชนนานาชาติ “2018 IYF World Camp Thailand” ระหว่างวันที่ 19-21 มี.ค.61 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต โดยรวมเยาวชนไทยและต่างชาติกว่า 4,000 คน ร่วมทำกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำ พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยมุ่งสู่ความเป็นนานาชาติมากยิ่งขึ้น ในพิธีเปิดค่ายเยาวชนนานาชาติ “2018 IYF World Camp Thailand” ได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม เป็นแขกกิตติมศักดิ์กล่าวข้อความแสดงความยินดีในการจัดค่ายครั้งนี้ “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมางานในครั้งนี้มาก IYF มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี ซึ่งประเทศเกาหลีเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยมานาน ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ผมรู้สึกชื่นชมกับหลักการพัฒนาประเทศและพัฒนาคนของประเทศเกาหลี ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าค่ายในครั้งนี้จะเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาไทยให้พัฒนาศักยภาพเทียบเท่าประเทศชั้นนำของโลก ขอบคุณ IYF ที่ให้ความสำคัญกับเยาวชนไทย ขอให้ทุกคนมีความสุขกับค่ายครั้งนี้และแลกเปลี่ยนมิตรภาพอันอบอุ่นซึ่งกันและกัน” โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง อาทิ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กงสุลประเทศออสเตรีย กงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศเลโซโท เข้าร่วมพิธีเปิดในค่ำวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา พาสเตอร์ อ๊อก ซู พาร์ค ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ กล่าวว่า IYF เป็นองค์กรที่ก่อตั้งเพื่อเยาวชน ส่วนใหญ่ทำงานเกี่ยวกับนักศึกษา ผู้คนส่วนมากจะคิดว่าวัยนักศึกษานั้นมีแต่ความสดใสร่าเริง แต่ความจริงพวกเขาเหล่านั้นทั้งมีความเศร้า โกรธแค้น ปัญหาและความกังวลหลายอย่างในใจ เมื่อได้เข้าไปคุยกับนักศึกษาเหล่านั้น พวกเขาโศกเศร้าและทุกข์ทรมานกับการใช้ชีวิต และไม่สามารถหาทางออกได้ นั่นจึงกลายเป็นบ่อเกิดปัญหาเยาวชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การพนัน ดังนั้นIYF จึงมีใจอยากจะทำงานเพื่อเยาวชน และอยากให้มีเยาวชนมากมายมีแต่ความสว่างสดใสที่มาจากภายในจิตใจอย่างแท้จริง” 2018 IYF World Camp Thailand จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ รวมเยาวชนทั้งไทย…

Read More

โค้งสุดท้าย! 20 ผู้เข้ารอบ ลุยเวิร์คช้อปซ่าทั่วเมือง “โซดาสิงห์ ซ่าตัวจริง ซ่า Inspired”

โค้งสุดท้าย 20 ผู้เข้ารอบ “โซดาสิงห์ ซ่าตัวจริง Snap The Moment : ซ่า Inspired” ลุยเวิร์คช้อปซ่าทั่วเมือง ก่อนประกาศผลผู้ชนะชิงกล้อง Leica โซดาสิงห์ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นความเป็น Creativity & Arts อย่างต่อเนื่อง กับแคมเปญ “โซดาสิงห์ ซ่าตัวจริง Snap The Moment : ซ่า Inspired” โดยล่าสุด โซดาสิงห์ นำผู้เข้ารอบจำนวน 20 คน เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปกับ Leica Thailand ระหว่างวันที 17-18 มี.ค.61 ที่ผ่านมา โดยวันที่ 17 มีนาคม จัดกิจกรรมเวิร์คช็อปกับ Leica Ambassador ของประเทศไทย ได้แก่ พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ, วิรุนันท์ ชิตเดชะ, ชัชวาล จันทโชติบุตร และพีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ ซึ่งทุกท่านล้วนเป็นช่างภาพมืออาชีพที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก โดยทาง Leica Ambassador ได้มาให้ความรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับการถ่ายรูปและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทิ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด หลังจากนั้น ทีมผู้เข้าแข่งขันได้ออกไปถ่ายรูปแข่งขันตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สำเพ็ง เยาวราช ปากคลอง รวมทั้งย่านเมืองเก่าในกรุงเทพ และในวันที่ 18 มีนาคม ทีมสุดท้ายได้ออกเดินทางมุ่งสู่หน้าอ่างเก็บน้ำบางพระ สนามกอล์ฟบางพระ สำหรับกิจกรรม “โซดาสิงห์ ซ่าตัวจริง Snap The Moment : ซ่า Inspired” นี้ ภาพถ่ายเน้นการสร้าง…

Read More

หลอน : ลูกๆของพี่พร (ตอนแรก)

“นทธี ศศิวิมล” ฉันกับพี่พรรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหา วิทยาลัย เราอยู่ค่ายอาสาเดียวกันทุกปี ค่ายของเราส่วนใหญ่จะอาสาไปสอนหนังสือเด็กๆในชนบทห่างไกล หลายแห่งมีครูอยู่คนเดียว ต้องสอนทุกระดับชั้นทุกวิชา โรงเรียนแบบที่แบกรับภาระหนักที่สุดคือโรงเรียนประเภทที่เป็นโรงเรียนประจำ เพราะต้องดูแลเรื่องที่อยู่อาศัย อาหารการกิน ความปลอดภัยของเด็กๆ ด้วย หลายพื้นที่เช่นกัน ที่ครูคนเดียวรับหน้าที่นั้นทั้งหมด เป็นทั้งครู ทั้งพ่อ และแม่ ในคนเดียวกัน ยังไม่รวมต้องเป็นคนคอยจัดหาเงินทุนเพื่อมาดูแลเด็กๆ และคอยประสานกับทางส่วนกลางในเรื่องเอกสารการเรียนต่างๆ ในสมัยนั้นพวกเราเองก็ทำอะไรได้ไม่มาก แต่ ละครั้งเราก็จะพากันขนสื่อการเรียนการสอนเท่าที่จัดหามาได้ และหนังสือเรียน หนังสืออื่นๆ ไปสร้างห้องสมุดหรือมุมหนังสือให้เด็กๆ ขอรับบริจาคพวกอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน สมุดดินสอ หรือบางครั้งโชคดีก็ได้อุปกรณ์กีฬาบ้าง พวกเราเป็นครูชั่วคราว ที่เด็กๆ มักจะรัก เพราะมีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ไปสอนไปเล่าให้ฟังเสมอ บางครั้งแม้ค่ายจะจบในเวลาถึงครึ่งเดือน แต่วันที่จะกลับพวกเด็กๆ ก็มักจะร่ำลาด้วยเสียงร้องไห้กระจองอแง บางคนถึงกับวิ่งมากอดแข้งกอดขาไม่ให้ไปไหน บางคนเขียนจดหมายน้อย ใส่ที่อยู่มาเรียบร้อย ขอร้องแกมบังคับให้เขียนจดหมายกลับมา และต้องกลับมาเยี่ยมพวกแกอีก ในความอัตคัดของพวกเด็กๆ และครูในโรงเรียนเหล่านั้น ฉันกลับได้รับความรู้สึกดีๆ ผูกพันและอบอุ่นกับการลงพื้นที่ทำงานอาสา คิดฝันอยากจะทำงานในองค์กรที่ได้ทำงานกับเด็กๆ ด้อยโอกาสเหล่านี้ แต่กระนั้นเส้นทางชีวิตหลังเรียนจบก็ผลักฉันให้ไปทำงานเป็นพนักงานบริษัทอยู่นานหลายปี กระทั่งวันหนึ่ง ได้มีโอกาสเจอพี่พรอีกครั้งบนรถไฟฟ้า ฉันดีใจจนออกนอกหน้า ไถ่ถามทุกข์สุขกันและรับรู้ด้วยความประหลาดใจว่า พี่พรยังทำงานกับเด็กๆ ด้อยโอกาส “เป็นโรงเรียนประจำบนดอยที่ตาก แต่พี่ต้องกลับมาดีลกับส่วนกลางที่กทม.เดือนละครั้ง ที่นั่นก็เหมือนทุกที่ที่เราเคยไปกันเมื่อก่อน ขาดแคลนทุกอย่าง ทั้งสถานที่ ทั้งคน ทั้งของ ถ้ามีโอกาสอยากให้เอ้ลองไปเยี่ยมชมนะ” พี่พรพูดพลางยิ้มใจดีอย่างเคย สุดสัปดาห์นั้นฉันเลยขอตามพี่พรขึ้นดอยไปเยี่ยมเด็กๆ ที่โรงเรียนนั้นด้วย บังเอิญวันที่เราไปเป็นวันเสาร์ ไม่มีการเรียนการสอน และเด็กๆ ที่นอนประจำก็กลับบ้านกันหมด พี่พรพาเยี่ยมชมอาคารเรียนชั้นเดียว และเรือนพักของนักเรียนสูงสองชั้น สภาพเพิ่งทำใหม่ๆ ซึ่งเป็นที่พักที่เราต้องนอนกันในคืนนี้ “พอดีเรือนนี้เพิ่งได้งบมาเมื่อปีที่แล้ว ทำใหม่เสียสวยเลย เสียดาย…” พี่พรพูดแค่นั้นแล้วก็พาไปที่อื่นต่อ “กลัวผีไหม” พี่พรถามในตอนค่ำ ขณะที่เรากำลังกินข้าวกัน ครูผู้ชายอีกคนของโรงเรียนกำลังจะขอตัวกลับบ้านในตัวอำเภอ “ถ้าเอ้กลัวผี กลับลงไปพักที่โรงแรมในเมืองได้นะ ติดรถครูนอมไป” ตอนนั้นฉันนึกว่าพี่พรอำเล่น แล้วยังห่วงว่าแกจะต้องนอนที่นี่คนเดียว…

Read More

ได้เวลาตลกคาเฟ่!! คุณว่าใครชนะ ? "หนู เชิญยิ้ม"ขึ้นเวทีเผชิญหน้า "จ๊ะเอ๋ เชิญยิ้ม"

ได้เวลาตลกคาเฟ่ รำลึกถึงยุคทองตลกไทย มีคณะตลกสร้างความสนุกสำราญมากมาย ตลกบุกมวยไทย แค่ติดก็ฮา 55555555555555555555 วันที่ 27 พฤศจิกายน 2537 ที่สนามมวยหนองมน จังหวัดชลบุรี มีศึกมวยนัดประวัติศาสตร์วงการมวย ไม่มีโปรโมเตอร์คนใดจัดได้ขนาดนี้ ถือเป็นศึกแห่งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เป็นการพบกันระหว่าง 2 ซุป”ตาร์ตลก “หนู เชิญยิ้ม” สู้กันแค่คันๆกับ “จ๊ะเอ๋ เชิญยิ้ม” โดยมียอดมวยไทยตลอดกาล สามารถ พยัคฆ์อรุณ เป็นโปรโมเตอร์ พระเอกอมตะ โกวิท วัฒนกุล เป็นพิธีกรและกรรมการผู้ตัดสิน คุณว่าใครชนะ พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ?? มวยตลก หาดูยากมากๆ ระหว่าง หนู เชิญยิ้มVSจ๊ะเอ๋ เชิญยิ้ม ศึกวันสามารถ ออกอากาศทางช่อง7สี วันที่ 27 พ.ย. ปี2537 ณ สนามมวยหนองมน จ.ชลบุรี ขอบคุณคลิปจากYouTube ช่องThai Classic #คนรักตลกไทย #หนูคลองเตย #จ๊ะเอ๋เชิญยิ้ม #ต่อยมวย #ตลกคาเฟ่ โพสต์โดย คนรักตลกไทย บน 8 เมษายน 2017

Read More

รีวิว Secret of Mana (PS4) รีเมกโฉมใหม่ – บรรยายไทยทั้งเกม !!

โดย ปอลนาโช่ Secret of Mana เคล็ดลับก็คือ…ความมุมานะ . ชื่อเสียงของเกม Seiken Densetsu 2 ช่วงยุค 90 นั้นต้องบอกว่าโด่งดังสุดๆ ตัวเกมขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ทั้งฉากในเกมที่มีสภาพแวดล้อมหลากหลาย สีสันสดใส ไปจนถึงการใช้งานศิลป์ที่มีสไตล์ มีโปสเตอร์และปกกล่องเกมที่งดงาม ส่งผลให้เกมที่ฝรั่งรู้จักกันในชื่อ Secret of Mana ประสบความสำเร็จด้วยดี ทั้งการขายและการสร้างชื่อให้กับซีรีส์ นอกจากประเด็นเหล่านี้แล้ว เกมมานายังได้สร้างนวัตกรรมสำหรับเกม RPG บางอย่างขึ้นมา ซึ่งมันกลายเป็นฟังก์ชั่นที่นิยมแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน (เดี๋ยวในเนื้อหาต่อไปจะบอกนะครับว่ามันคืออะไร) …มาถึงปี 2018 ทาง Square Enix นำมานากลับมา “รีเมก” (ทำใหม่เลย ไม่ใช่แค่ปรับปรุงคุณภาพหรือรีมาสเตอร์นะ) ชุบชีวิตให้เกมดังอีกครั้ง ทว่า พวกเขาเลือกที่จะอัพเกรดมันให้เข้ากับยุคสมัย หรือจะย้ำเตือนความคลาสสิคของวันวาน เดี๋ยวเรามาดูกันในบทรีวิวชิ้นนี้ “…Secret of Mana แบกเอาอารมณ์เกมคลาสสิกมามอบให้คุณแบบสมบูรณ์ไม่มีแตกหัก แถมห่อใส่กล่องของขวัญด้วยกราฟิกแบบใหม่สวยงามมุ้งมิ้งน่ารัก ถ้าคุณชอบสไตล์มันล่ะก็นี่คือเกมของคุณ” เนื้อเรื่อง Secret of Mana เล่าเรื่องการเดินทางของสามสหายจำเป็น ที่ต้องออกผจญภัยในโลกไฮแฟนตาซี สถานที่ซึ่งอดีตเคยมีพลังมานาหล่อเลี้ยงขับเคลื่อน จนครั้งหนึ่งมันถูกใช้สร้างป้อมปราการทางทหารท้าทายอำนาจของพระเจ้า นำไปสู่การต่อสู้ทำลายจนสูญสลายไปตามกาลเวลา…จวบจนถึงยุคสมัยในเกม หนุ่มกำพร้าครอบครัว “แรนดี้” บังเอิญไปดึงดาบมานาขึ้นมาจากป่าต้องห้าม กงล้อชะตากรรมครั้งใหม่จึงเริ่มหมุนวน ดังคำบรรยายไทยระบุไว้ว่า “เวลาผันผ่าน ประวัติศาสตร์ย้อนรอย…” ต่อมาแรนดี้จึงได้พบกับสาว “ปริม” และเด็กภูติ “โปโปอี้” ก็เป็นอันครบทีมผู้กล้าในตำนาน…นี่คือพล็อตคร่าวๆ ซึ่งถ้าจะว่ากันตามจริง นี่คือพล็อตสูตรสำเร็จของนิยายแฟนตาซีทั่วไป แต่ก็นับว่าของต้นตำรับเขาทำมาดี การวางโครงเรื่อง, การดำเนินเรื่องและพัฒนาการของตัวละคร ทั้งหมดนี้คือจุดเด่นสำคัญของเกมมานา ยิ่งถ้าคนเล่นมีความรู้สึก “อิน” กับเนื้อเรื่องได้เร็วเท่าไหร่ ความดื่มด่ำในโลกแห่งเกมก็จะปกคลุมคนผู้นั้นได้อยู่หมัดเร็วขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญ ผมพบว่า ความสัมพันธ์อันแนบแน่นของมิตรสหายทั้งสามคน คือเสน่ห์ที่แท้จริงของเกมนี้เลยทีเดียว สำหรับเวอร์ชั่นรีเมก มีการเพิ่มคัตซีนที่เป็นการแสดงของตัวละครเข้ามาแทนที่บล็อกสนทนาแบบเวอร์ชั่นเก่า ถามว่าทำออกมาดีมั้ย? ตรงนี้นานาจิตตัง…

Read More

วิถีแห่งอำนาจโลซก : คำโต้แย้ง จากโลซก (26)

“เสถียร จันทิมาธร” การเสวนาระหว่างซุนกวนกับโลซก ข้างในห้องมีความจำเป็นอย่างมาก สำคัญไม่ด้อยไปกว่าที่เรียกว่า “แนวทางบนยี่ภู่” หรือ “ที่มีความสำคัญในการรบบนตั่ง” เนื่องจากว่าพอๆกับเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมรับรอง สามก๊กสำนวน เจ้าพระยาพระคลังเก็บของ(ที) เล่าว่า โลซกก็เลยว่า “อันคนทั้งผองมองเห็นพร้อมจะให้คุณไปเคารพโจโฉ เนื่องจากมองเห็นแม้กระนั้นจะสุขสบายนั้นเสมือนจะให้เป็นทุกข์ไปอีก กระผมคนเดียวไม่เห็นพ้องขอท่านอย่าได้ไปเคารพโจโฉเลย”  ซุนกวนก็เลยว่า “ซึ่งไม่เต็มอกเต็มใจให้พวกเราออกไปก็ถูกใจอยู่ แต่ว่าความนึกคิดท่านมองเห็นอย่างใด” โลซกก็เลยว่า “ผมมีความเห็นว่าโจโฉหรือจะเลี้ยงท่านยิ่งใหญ่ ถึงจะบำรุงก็แม้กระนั้นเป็นราว แม้ว่าจะมีบ่าวตามหลังอย่างยิ่งก็เพียงแค่ 4 คน ถึงจะมีม้าขี่ก็แม้กระนั้นตัวเดียวจะเสมือนท่านโสดแก่ชราอยู่ในเมืองกังตั๋งหรือ “อันคนทั้งผองว่านั้นคุณประโยชน์จะรักษาตัวให้มีความสุขหาเจ็บร้อนด้วยท่านไม่ ซึ่งท่านจะคิดอ่านกระทำกับโจโฉนั้น อย่าได้เชื่อฟังถ้อยคำกลุ่มนี้สืบไปควรรีบเตรียมพร้อมการคุ้มครองรักษาตัวเหอะ” ซุนกวนทอดใจใหญ่แล้วว่า “ตัวกระผมนี้อับโชค เสียแรงปลูกเลี้ยงคนทั้งผองไว้หวังจะได้เป็นเพื่อนเจ็บร้อนก็เสียเปล่า แม้กระนั้นโลซกคนเดียวรู้คุณสัตย์ซื่อรักพวกเราจริงๆแม้กระนั้นเวลานี้โจโฉก็ได้ทหารอ้วนเสี้ยวไว้เป็นนักโทษมากยิ่งกว่ามากมาย มีใจกำเริบเสิบสานนัก ซึ่งพวกเราจะคิดกระทำการต่อสู้ด้วยโจโฉนั้นจะผ่อนผันอย่างใดดี” มีความสำคัญจำต้องอ่านสำนวนแปลใหม่ ชาติชั้นวรรณะไว พัธโนทัย โลซกบอกว่า “ข้อเสนอแนะของพวกที่ปรึกษาเมื่อกี้คงทำให้คุณขุนศึกวิตกกังวลใจยิ่งนัก ซึ่งพวกเขาต้องการจะอ่อนน้อมยอมสวามิภักดิ์ต่อโจโฉนั้นพวกเขาต้องการจะทำก็ทำเป็น แม้กระนั้นท่านนายทัพจะทำแบบนั้นมิได้” ซุนกวนถามคำถามว่า “ไฉนท่านก็เลยกล่าวแบบนั้น” โลซกตอบว่า “ถ้าเกิดคนเดินดินสามัญยอมอ่อนน้อมต่อโจโฉก็คงจะได้กลับบ้านสบายๆหรือได้กินตำแหน่งหน้าที่ตามเคย “ส่วนท่านนั้นเมื่อยล้าอมอ่อนน้อมต่อโจโฉแล้วท่านคิดจะไปอยู่ที่แห่งใดก็เลยจะเป็นสุข อย่างยอดเยี่ยมก็จะได้บรรดาศักดิ์ไม่เกินพระยา รถยนต์ประจำการก็จะมีแต่เพียงคันเดียว ม้าขี่ก็จะมีตัวเดียว คนรับใช้ตามหลังก็มีเพียงแค่ไม่กี่คน ท่านจะนั่งเบือนหน้าไปทางด้านเสมือนท่านยิ่งใหญ่แก่ท่านเองได้หรือ “อันว่าคนทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ความเห็นแม้กระนั้นคุณประโยชน์สุขส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ขอท่านอย่าได้ฟังเลย ควรจัดเตรียมสู้ศึกใหญ่อย่างเร็วเถอะ” ซุนกวนถอนหายใจแล้วว่า “พวกเราฟังถ้อยคำของบรรดาที่ปรึกษาทั้งหมดแล้วรู้สึกผิดจากที่คิดยิ่งนัก ก็มีแม้กระนั้นคำร้องของท่านแค่นั้นที่ประทับใจพวกเรา ฟ้าประทานโลซกให้แก่พวกเราโดยแท้จริง ถ้าว่าในตอนนี้โจโฉได้ทหารอ้วนเสี้ยวไว้เป็นอย่างยิ่งมากมายรวมทั้งเมื่อเร็วๆนี้ยังได้ทหารเกงจิ๋วมาเพิ่มเข้าอีก “ก็เลยเกรงว่ากำลังของพวกเราจะยับยั้งกำลังอันใหญ่โตของศัตรูมิได้” ข้อสรุปของโลซกถ้าว่าซุนกวนยอมรับความพ่ายแพ้ สวามิภักดิ์ต่อโจโฉสำคัญเป็นอย่างมาก แม้อ่านสามก๊กอีกทั้ง 3 สำนวนประกอบเข้าด้วยกันก็จะเห็นภาพได้แน่ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำร้องของโลซกที่ว่า “อย่างยอดเยี่ยมก็จะได้บรรดาศักดิ์ไม่เกินพระยา รถยนต์ประจำการก็จะมีแต่เพียงคันเดียว ม้าขี่ก็จะมีตัวเดียว คนรับใช้ตามหลังก็มีเพียงแต่ไม่กี่คน ท่านจะนั่งหันไปทางด้านใด” ประโยคข้างหลังนี้สำคัญ สามก๊กสำนวน ชนชั้นไว พัธโนทัย ทำคำอธิบายเพิ่มเติมชี้แจงว่า “ขนบธรรมเนียมจีน กษัตริย์ย่อมประทับผินหน้าไปทางใต้” นี่พอๆกับตีไปกึ่งกลางขนดหางของซุนกวน สามก๊กสำนวน พญ.นางงาม สุชนิดวณิช ทำวงเล็บชี้แจงขยายความโดยการเอาบทเรียนจากประเทศเกงจิ๋วว่า “(หลิวฉง ยอมรับความพ่ายแพ้จนตาย ส่วนหวางซ่าน ขวักไขว่เหลียงแล้วก็ผู้อื่นกลับได้ตำแหน่งดีมีเพียงแต่หลิวฉงที่ถูกฆ่า ถ้าหากยอมรับความพ่ายแพ้เฉาเชาซุนฉวัดเฉวียนก็จะมีชะตาชีวิตชนิดเดียวกันกับหลิวฉง)” หลู่ซู่ก็เลยว่า…

Read More

หลอน : ยาย ฝาชีและ บ้านไม้เก่าๆ

“นทธี พระจันทร์ใส” เมื่อราวสามสิบปีกลาย ผมไปเยี่ยมคุณยายเพื่อนพ้อง ซึ่งในขณะนั้นไม่สบายแล้ว ตอนยังแข็งแรง คุณยายเอ็งใจดี ในตอนที่ผมไปพบสหายที่บ้าน คุณยายเอ็งถูกใจชักชวนคุยแล้วทำครัว ให้รับประทาน ครั้งคราวก็ทำของหวานอร่อยๆให้รับประทาน แถมตักนำกลับไปรับประทานต่อที่บ้านด้วย สหายผมเป็นหลานเพียงผู้เดียว คุณยายแกมีลูกผู้เดียวซึ่งหมายถึงแม่ของเพื่อนพ้อง แต่ว่าโชคร้าย แม่เพื่อนตายตั้งแต่อายุยังน้อย ตอนเพื่อนพ้องสิบขวบ คุณยายก็เลยรักหลานคนนี้มากมาย เผื่อแผ่มาถึงสหายๆของหลานด้วย ผมไปถึงทันได้กราบคุณยาย คุณยายคลำหัว ให้พรให้ลาภดี เรียนหนังสือเก่งๆแล้วผมก็ออกมาจากห้อง ปลดปล่อยให้บิดาและก็เพื่อนพ้อง อยู่กันในห้องคุณยาย คุณยายหมดลมในอีกชั่วโมงถัดมา ผมอยู่ช่วยงานฌาปนกิจศพจนกระทั่งวันเผา บางคืนผมก็ค้างคืนกับเพื่อนฝูงที่บ้านคุณยาย แต่ว่าเพียงพอถึงเวลารับประทาน พวกเรากินกันด้านนอกบ้าน ไม่มีการทำอาหารแม้กระทั้งครั้งเดียว แต่ว่าขณะที่ผมทำกับข้าว ผมมองเห็นฝาปิดกับข้าวแบบโบราณซึ่งงามมากมาย เป็นฝาสำหรับปิดอาหารทำด้วยหวายถักเป็นลายดาวล้อมเดือน มองประณีตบรรจงและละเอียดลออ ละเอียดอ่อน แถมฝาปิดกับข้าวนี้ก็ถักกระทั่งแน่น มองแข็งแรง แข็งแรง เพื่อนพ้องบอกใช้มาหลายสิบปี เขามองเห็นมาตั้งแต่กำเนิด “นานๆครั้งคุณยายก็ใช้ผ้าหมาดๆเช็ดถูแล้วตากลมไว้ ข้ายังเคยช่วยคุณยายขัดถูเลย แต่ว่าคุณยายหวงมากมายนะ ฝาปิดกับข้าวอันนี้” แม้กระนั้นข้างหลังวันเผาเพื่อนพ้องกลับชูให้ผม “ฉันมีความเห็นว่าแกถูกใจสะสมของโบราณ อยู่กับแกคงจะมีคุณประโยชน์มากยิ่งกว่าทิ้งเอาไว้ที่บ้านนี้ ซึ่งอีกไม่นานบิดาก็อาจจะ ขายทิ้งบ้านมันเก่ามากมาย ปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมดูแลไม่ไหว บิดาบอก” เวลานี้ผมยังชายหนุ่ม ผมมองดูบ้านซึ่งผลิตมาจากไม้เต็งด้วยความเสียดาย ว่ากันตามจริงก็แค่ชำระล้างจริงๆจังๆสักรอบ ท้องถิ่นแล้วก็บันไดที่ทำด้วยไม้มะค่าก็แค่ขัดชำระล้าง ลงเงาอีกครั้งก็โอเคแล้ว แม้กระนั้นบิดาของเพื่อนฝูงอาจต้องการขายได้เงินมากยิ่งกว่าข้อแก้ตัวเรื่องความเก่าแก่ คุณยายเพื่อนฝูงซึ่งผัวเสียตั้งแต่สาวและก็อยู่บ้านข้างหลังใหญ่นี้มาผู้เดียว ผมเห็นภาพถ่ายเก่าๆที่ห้อยไว้ตามมุมต่างๆของบ้าน ด้วยความเสียดายบ้านข้างหลังนี้ หัวใจผมมีความคิดว่าเพื่อนพ้องคงจะเก็บไว้ เขาบางทีอาจจะคิดเสียดายตอนหลัง เมื่อบอกเขา เขาพูดว่าก็บิดาอยากได้อย่างงี้ เขาจะทำอะไรได้ ยุคนั้นกล้องที่มีไว้ถ่ายภาพยังคงใช้ฟิล์มถ่ายรูป ผมเดิน ถ่ายรูปบ้านข้างหลังนี้ตามมุมต่างๆจนถึงหมดม้วน ภายหลังจากนำไปล้าง ผมรีบนำภาพไปพบสหาย เนื่องจากหลายภาพผมถ่ายติดยาเสพย์ติดยซึ่งตายแล้ว “คุณยายมึงอาจเสียดายไม่น้อย มึงอยู่ของแกมาหลายสิบปี อีกอย่างว่าไปบ้านข้างหลังนี้น่าจะเป็นสิทธิ์ของแกนะ บิดาแกมันเพียงแค่ลูกเขย” ผมตกลงใจบอกออกไป รู้อยู่แก่ใจว่า ถ้าเกิดบิดาเพื่อนฝูงได้ยินอาจจะไม่สบอารมณ์ “ข้าทำอะไรได้ บิดาเขาจัดแจงเองหมด” “เอ็งก็ทดลองคัดค้านบิดาสิ” “บิดาฉันเค้าดุ ทดลองได้ตกลงใจอะไรลงไปผู้ใดห้ามก็ไม่ฟังหรอก” “เอาภาพเหล่านี้ให้บิดาเอ็งมองสิ เราว่าบิดาแกอาจกลัวจนกระทั่งไม่กล้าขาย” “เราว่าบางครั้งอาจจะรีบขายเลยก็ได้” เพื่อนฝูงตอบ ยุคนั้นยังไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่งั้นผมอาจเอาขึ้นสเตตัสให้เรื่องดัง…

Read More

คอลัมน์ หลอน : หมาชื่อโก้

“นทธี พระจันทร์กระจ่าง” “ตามมาเร็วหรูหรา” เมื่อใดก็ตามผมเรียกหรูหราแบบงี้ โก้เก๋ชอบวิ่งตามผมมาเสมอ โก้เก๋เป็นสุนัขพันทางที่มีคนมาทิ้งเอาไว้หน้าบ้านเมื่อห้าปีกลายตั้งแต่เป็นลูกสุนัข ด้วยความเห็นใจก็เลยเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน แม้กระนั้นมันเป็นสุนัขนิ่งๆไม่เห่า ไม่ดุ แล้วก็เชื่องมากมาย โดยยิ่งไปกว่านั้นกับเด็กตัวเล็กๆหรูหราจะถูกใจเล่นด้วยรวมทั้งใส่ใจเด็กเจริญ เพื่อนบ้านผมชื่อ พี่มุ้ย มีลูกเล็ก โก้เก๋ถูกใจลอดรั้วไปนั่งเฝ้าแล้วก็รอกระดุกกระดิกเล่นกับลูกเขา ไม่เคยนิสัยเสียหรือเห่าใส่เลย พี่มุ้ยก็เลยถูกใจเจ้าหรูหราไม่น้อย เย็นนั้นฝนปรอยๆได้ยินเสียงเจ้าหรูหราเห่าก็เลยสนเท่ห์ใจมากมาย เปิดประตูบ้านยอดเยี่ยมหน้าออกไปดู มองเห็นมันวิ่งตามเห่าแล้วก็ลอดรั้วออกไป มืดค่ำแล้วและก็ฝนตกด้วย มันจะไปไหนของมัน ผมก็เลยหันไปคว้าร่มจัดเตรียมจะออกตามเจ้าโก้เก๋ เมียผมกล่าวว่า “ประเดี๋ยวมันก็กลับมาล่ะ” เมียผมอาจจะรู้สึกว่าเมื่อใดก็ตามโก้เก๋ออกไป มันก็กลับมาเองได้ แม้กระนั้นคราวนี้ผมรู้สึกแปลกๆที่มันเห่าด้วย แถมวิ่งตามอย่างตั้งใจอย่างเร็ว กำลังจะออกมาจากบ้าน พี่มุ้ยก็ออกมาถามคำถามว่ามีอะไรหรือ ผมเล่าให้ฟัง เอ็งกล่าวว่าสักครู่จะตามไป ผมก็เลยกางร่มวิ่งเหยาะๆตามเจ้าเก๋ไปก่อน เก๋เลี้ยวไปทางตรอกด้านหน้า ผมตามไปจนถึงมองเห็นข้างหลังมันไวๆเลี้ยวไปต่อ ก็เลยรีบตามไป ตลอดระยะเวลานั้นฝนยังโปรยปรายและก็รู้สึกหนาวเย็น แถมสองข้างทางก็มืด อาจเนื่องจากไฟทางเสีย ผมเงยมองไม่เห็นสักดวง อาศัยแสงไฟที่เล็ดลอดจากบ้านต่างๆพอให้มีความคิดเห็นว่ายังมีคนอยู่ในบ้านข้างหลังนั้นๆผมวิ่งตามไปจนกระทั่งเห็นกระจ่างว่าเจ้าเก๋วิ่งหายเข้าไปในบ้านข้างหลังหนึ่ง เมื่อตามไปถึงก็จำต้องหยุดชะงัก เพราะว่าเป็นบ้านร้าง ภาวะเสื่อมโทรม กำแพงบ้านไม่ถึงกับพังทลายลง แต่ว่าประตูที่เป็นเหล็กเลื่อนหลุดเป็นชิ้นๆกองกับ หน้าบ้าน ภาวะข้างในมีเนื่อที่ราว 100 ตารางวา เต็มไปด้วยต้นหญ้าติดอยู่สูงแทบจะท่วมหัว เศษถุงก๊อบแก๊บ ของใช้ที่ไม่อยากกระจัดกระจายเต็มบ้าน พวกถังใบเล็กๆกระเบื้องหลุดล่อน ชี้ให้เห็นแจ้งชัดว่าบ้านร้างมานาน ผมเผลอก้าวเข้าไปกระทั่งมีความเห็นว่าด้านในตัวบ้านไม่มีเครื่องเรือน หรือสิ่งของที่มีค่าราคาแพงสักชิ้น นอกเหนือจากเก้าอี้พลาสติกสีเขียวตัวเดียวที่ยังไงๆราคาก็ไม่เกินร้อยบาท ผมรีบถอยหลังเนื่องจากว่ารู้สึกว่ากำลังล่วงล้ำ ถึงแม้ว่าจะร้างแต่ว่าก็ไม่ใช่บ้านของผม บริเวณบ้านยังเป็นบ้านที่มีคนอาศัย ผมมาอยู่ชุมชนนี้สี่ห้าปีแล้ว แม้กระนั้นไม่ค่อยได้ออกมาตรวจบ้านอื่นๆโดยยิ่งไปกว่านั้นตรอกนี้เคยแต่ว่าผ่านหน้าปากซอยแต่ว่าไม่เคยเข้ามาเลย ผมร้องเรียก “หรูหราๆ” พี่มุ้ยขี่รถจักรยานยนต์ตามมาถึงพอดิบพอดี ผมหันไปบอก “มันเข้าไปบ้านนี้แหละ” “ภาวะอย่างงี้ มันก็คงจะจำต้องออกมา บางทีก็อาจจะเพียงแค่ทางผ่าน ว่าแต่ว่าความรู้มอะไรมานี่สิ” “ผมก็ว่างั้น ปัญญามอะไรมา” “มั่นใจนะว่า มันยังอยู่” “อยู่พี่ ผมตามมาติดๆ” “ประเดี๋ยวผมไปเอาไฟฉายมา รอก่อน” พี่มุ้ยบอก ผมรอคอย แม้กระนั้นก็ดูเข้าไปเพื่อมั่นใจว่าเป็นไปไม่ได้ออกไปบ้านอื่นข้างหลัง ต้นหญ้าที่เกลื่อนกลาดมากมาย มืดก็มืดก็เลยยังไม่มั่นใจว่ามีทางออกหรือทางไปที่อื่นๆข้างหลังบ้านไหม ผมแผดเสียงอีกหลายครา “โก้เก๋ๆตามมา เร็วเก๋ อย่าช้า…

Read More