'Chic Silk' 'ผ้าทออุบล' จากงานวิจัยสู่แฟชั่น

ถ้าคนใดได้โอกาสได้ดูแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ “ผ้าทอประจำถิ่นอุบล” ผลงานของคณะอาจารย์สาขาวิชาสิ่งทอรวมทั้งแฟชั่นภาควิชาศิลปปรับใช้รวมทั้งสถาปัตย์ ม.อบ. ที่แสดงข้างในงานนิทรรศการงานค้นคว้าวิจัยแห่งชาติ 2560 เมื่อสิ้นเดือนก่อนหน้านี้จะประหลาดใจ

ผลงานแฟชั่นที่เกิดขึ้นมาจาก “การค้นคว้าวิจัยและก็ปรับปรุง” ที่นักค้นคว้าและก็ชุมชนผู้ทอผ้าพื้นบ้านอุบลด้วยกันคิด ด้วยกันทดสอบ โดยใช้ ผ้ากลีบดอกบัว ผ้าเปลือกไหม และก็ ผ้าย้อมคราม มาปรับปรุงลวดลายสีสันแล้วก็เนื้อผ้า พร้อมทั้งการออกแบบเพื่อกับช่วง ใส่ได้จริงโดยไม่มีคำว่าเชย ดังนี้เพื่อเป็นการสืบต่อภูมิปัญญาพื้นเมือง แล้วก็ปรับปรุงให้กำเนิดของใหม่ๆสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าทอประจำถิ่นอุบล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สาวรุ่น ก็เลยวิมุติพันธ์ คณบดีภาควิชาศิลปปรับใช้รวมทั้งสถาปัตย์ ม.อบ. พูดว่า วัฒนธรรมการแต่งกาย การทอผ้าในภูมิภาคอีสานมีความเชื่อมโยงกับหลายชาติ ไม่ว่าจะมีอิสรภาพย ลาว เขมร ส่วย ซึ่งแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์แตกต่าง แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็มีการหลอมรวมกระทั่งแปลงเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแคว้น เปลี่ยนเป็นความคิดอันมีคุณค่า แม้จะปลดปล่อยให้เป็นไปแบบเดิมๆวันใดวันหนึ่งก็บางทีอาจเลือนหาย พวกเราก็เลยจะต้องมีการนำเอาเทคโนโลยี สิ่งใหม่ องค์วิชาความรู้ เข้ามาบูรณาการ เพื่อสืบต่อลมหายใจให้กับผ้าทอประจำถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ของโบราณที่ดีอยู่รวมทั้งยังอยู่ถัดไปได้ แล้วก็ยังได้ของใหม่ๆมากขึ้น รวมถึงการต่อยอดเชื่อมโยงไปสู่สิ่งอื่นๆที่เกี่ยวโยง ช่วยทำให้ชุมชนมีรายได้อย่างยั่งยืน

ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สิทธิชัย สมานชาติ คุณครูสาขาวิชาวางแบบสิ่งทอรวมทั้งแฟชั่น เจ้าภาพศึกษาค้นคว้าเรื่อง “ผ้ากลีบดอกบัว” บอกว่า เดิม จังหวัดจังหวัดอุบลราชธานี มีผ้าทอประจำจังหวัดชื่อว่า “ผ้ากาบบัว” แต่ว่าภาควิชาผู้ที่ทำศึกษาค้นคว้าอยากได้ประดิษฐ์ผ้าทอผืนใหม่ที่ได้แรงดลใจจากดอกบัวสีชมพูซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ก็เลยได้ร่วมกับชุมชนสำหรับการทำศึกษาค้นคว้า ตั้งแต่แนวทางการย้อมไหมจากสีธรรมชาติให้ได้สีชมพูอ่อน แนวทางการทอให้กำเนิดร่องขนาดเล็ก เมื่อทอเป็นผืนจะกำเนิดสีชำเลืองเข้มอ่อนในผืนเดียวกัน ดูคล้ายคลึงกับกลีบดอกบัวตามธรรมชาติ

ช่วงเวลาเดียวกันยังคงนำลวดลายเริ่มแรกมาปรับปรุงเป็นลายต่อหัวผ้าซิ่นแล้วก็ตีนผ้าซิ่นที่เหมาะสมกับผ้ากลีบของดอกบัวผืนใหม่ ให้เกิดความสวยงามละมุน ก็เลยได้รับการตอบกลับจากตลาดอย่างดีเยี่ยม

“การทำงานศึกษาค้นคว้าร่วมกับชุมชนนั้น มหาวิทยาลัย นักค้นคว้า นักวิชาการ เป็นผู้ผลักดันและสนับสนุนให้ทาง ทำให้ชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาหรือมีความต้องการกำเนิดองค์วิชาความรู้จากการลงมือกระทำด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องไม้เครื่องมือหรือความคิดเริ่มแรก ประสานกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่เข้ามาช่วยขจัดปัญหา ทำให้ชุมชนทราบว่าพวกเขาสามารถปฏิบัติงานศึกษาค้นคว้าได้ด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน ก่อให้เกิดการต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้โดยตรง”


ด้าน กฤษฎา รัตนากูร คุณครูสาขาวิชาดีไซน์สิ่งทอและก็แฟชั่น ผู้วิจัยผ้าทอพื้นบ้านอุบล “Chic Silk” เล่าถึงที่มาของการนำผ้าเปลือกไหมมาร่วมปรับปรุงว่า เป็นเนื่องจากว่าผ้าเปลือกไหมนั้นออกจะมีความแข็งกระด้าง ไม่มีลูกค้ามาซื้อราคา ก็เลยได้นำปัญหาที่ตรงนั้นมาหาแนวทางแก้ไขร่วมกับชุมชน

“พบว่าการนำผ้าเปลือกไหมที่ทอเป็นผืนมาทำลายด้วยแนวทางฉีกแล้วเอามาประกอบเป็นผืนใหม่ ด้วยแนวทางนี้ทำให้เนื้อผ้ากำเนิดเท็กพบร์ใหม่ เส้นใยที่ฉีกให้ขาด หลุดลุ่ย เปลี่ยนเป็นเอกลักษณ์ และก็เนื้อผ้ามีความอ่อนนุ่ม คล้ายกับที่เทรนด์การใส่ยีนส์ขาดกำลังเป็นที่นิยม เมื่อนำไปตัดชุดความหลุดลุ่ยของเส้นไหมเปลี่ยนเป็นความงาม ก็เลยได้ตั้งชื่อว่า Chic Silk ซึ่งคำว่า Chic ก็ล้อมาจากคำว่า “ฉีก” กฤษฎาบอก และก็ว่า

ผลวิจัยนี้ได้ไปร่วมโชว์ใน Hongkong Fashion Week เมื่อต้นปีก่อนหน้าที่ผ่านมา ได้รับการตอบกลับจากแฟชั่นบายเอ้อร์ทั้งยังจากยุโรปและก็ทวีปเอเชีย ที่อยากชุดราตรีสำเร็จรูปที่ตัดเย็บจาก Chic Silk เยอะมาก แต่ว่าพวกเรายังไม่อาจจะทำในเชิงการค้าได้ เนื่องมาจากยังได้ผลสำเร็จงานต้นแบบอยู่ ช่วงนี้กำลังปรับปรุงในด้านการสร้างจะทำยังไงให้ชุมชนสามารถผลิต Chic Silk ที่ตามมาตรฐานเช่นเดียวกันทุกผืน

ที่น่าดึงดูดเป็น เป็นการหยั่งท่าทีตลาดที่ทำให้อนาคตของผ้าเปลือกไหมที่ใกล้ตายให้กับมามีชีวิตอีกที

Related posts