รีวิวเกม Detroit: Become Human "เพราะฉันคิด ฉันจึงมีตัวตน"

Detroit: Become Human “ด้วยเหตุว่าฉันคิด ฉันก็เลยมีตัวตน”

“Cogito, ergo sum.” ⁄ “I think, therefore I am.”
– René Descartes
ภาพโดย Frans Hals ปี คริสต์ศักราช1648

Detroit: Become Human นับว่าเป็นผลงานเกมลำดับที่ 5 จาก Quantic Dream ที่คงจะนับว่าเป็นหนึ่งในสตูดิโอชั้นหนึ่งที่ช่ำชองหัวข้อการปรับปรุงเกม interactive ซึ่งมองเห็นได้จาก Heavy Rain หรือ Beyond Two Souls ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กลับมาในโอกาสนี้พวกเขาขอทดลองพรีเซนเทชั่นเรื่องราวไซไฟในโลกสมัยอนาคตที่ไม่ไกลตัวเรานัก กับพรีเซนเทชั่นใจความสำคัญให้ผู้เล่นได้ทดลองตั้งปัญหากับตนเองว่าแม้ว่าจะเป็นเครื่องจักรเอาอย่างมนุษย์ก็ตาม แม้กระนั้นหากเครื่องจักรนั้นสามารถรับทราบตนเองได้ ตกลงใจอะไรเองได้นอกจากไปจากโปรแกรมที่ตั้งเอาไว้ สิ่งนั้นๆจะเป็นสิ่งมีชีวิตไหม?

รายละเอียดแล้วก็การนำเสนอ

พวกเราอาจจะไม่บางทีอาจไม่ยอมรับได้ว่าเรื่องราวเป็นสิ่งที่เด่นที่สุดของเกมแนว interactive ที่ไม่อยากจะมีระบบระเบียบเกมอะไรสลับซับซ้อนเท่าไรนัก รวมทั้งเรื่องราวของเกมนี้ก็ทำเป็นน่าติดตามเชื้อเชิญให้ต้องการเล่นต่อเพื่อรับทราบเรื่องราวความเป็นไปของผู้แสดงว่าจะคลี่คลายไปในทางใด ทั้งยังเหตุผลและก็โอกาสในเกมที่มีให้แก่ละครทั้งยัง 3 ก็ล้วนทำให้ผู้เล่นสัมผัสได้ว่าสิ่งพวกนี้เป็นได้จริงแล้วก็เชิญชวนให้กลับมาขบคิดอะไรหลายแบบ

คุณอยากได้เรียกร้องสิทธิให้แก่แอนดรอยด์ คุณจะใช้แนวทางไหน? สันติวิธีหรือตอบโต้ด้วยความร้ายแรง?
ถ้าเกิดสันติวิธีแต่ว่าญาติพี่น้องร่วมเชื้อสายของคุณโดนซ้ำๆยิงอย่างอำมหิต คุณจะยังสันติวิธีต่อไหวไหม?

คุณถูกวางแบบมาให้ปฏิบัติหน้าที่สำเร็จลุล่วง ถ้าแต่ว่าเมื่อคุณจำเป็นต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่จำต้องตกลงใจคุณจะเลือกอะไร? ถ้าเกิดคุณไม่ติดตามแอนดรอยด์ถูกสงสัยคุณอาจจับเขามิได้อีกเลย แต่ทว่าในเวลาเดียวกันคู่คิดของคุณก็ตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเสมอกัน คุณจะเลือกอะไร? หน้าที่หรือจริยธรรม?

คุณเป็นแอนดรอยด์ที่มีบทบาทสำหรับเพื่อการทำงานบ้านและก็ดูแลความเรียบร้อยข้างในบ้าน แต่ว่าเมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนให้ท่านจำเป็นต้องรอดูแลเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ไม่บางทีอาจช่วยเหลือตัวเองได้คุณจะทำเช่นไร? ตัวคุณขาดเงินประจำตัวแม้กระนั้นเด็กผู้หญิงอยากได้ที่พักอิงสำหรับช่วงเวลากลางคืนอันเหน็บหนาว คุณจะตกลงใจเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อเด็กผู้หญิงได้มีเพศสัมพันธ์ข้างไออุ่นหรือเปล่า?

สิ่งพวกนี้เป็นตัวอย่างของตัวเลือกเพียงนิดหน่อยมากมายๆในเกม ที่ผู้เล่นต้องพบเจอไปตั้งแต่เริ่มเกมกระทั่งถึงจบเกม สถานะการณ์ของอีกทั้งสามนักแสดงแม้ว่าจะมองไม่มีจุดเชื่อมโยงกันในตอนแรก แต่ว่าทุกสิ่งจะเบาๆร้อยเรียงเข้าพบกันในตอนท้าย ซึ่งทำเป็นไหลลื่นไม่มีขัดข้อง

นอกจากไปจากการเดินเรื่องของ 3 ผู้แสดงหลักข้างต้นแล้ว โลกของเกมก็มีการพรีเซ็นท์ที่น่าดึงดูดแล้วก็เชื้อเชิญให้ติดตามไม่แพ้กัน

ภาพลักษณ์ของเมือง Detroit ในปี 2038 ในโลกของเกมนั้น ในตอนแรกสุดคุณจะได้มองเห็นกับเมืองอนาคตที่สีสันผ่องใส เต็มไปด้วยความล้ำหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์แล้วก็เทคโนโลยีเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เบิกบาน มีอาชีพงานการที่ดี มีอนาคตก้าวหน้า แม้แต่ว่าในเวลาเดียวกัน เกมก็จะบอกให้เห็นอีกมุมหนึ่งอันเป็นสังคมรวมทั้งชุมชนที่ทรุดโทรม ผู้คนที่หมดหวังในชีวิต ขาดเงิน ไม่มีงานและไม่มีอนาคตจนถึงจะต้องหันไปพึ่งสิ่งเสพติดไปวันๆ

ดีทรอยต์นั้นล้ำหน้า เปี่ยมไปด้วยสีสันที่อนาคต

แต่อีกด้านก็ชำรุดทรุดโทรมผุพัง ไม่มีอนาคต

อาจเรียกได้ว่าหัวข้อเสนอหลายแบบของเกม ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พวกเราพบเจอรวมทั้งได้ยินจากข่าวสารในขณะนี้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องสิทธิของประชาชนชั้นสองหรือชั้นสามที่ได้รับการตอบกลับอย่างหนักจากภาครัฐ ปัญหาความรังเกียจที่มนุษย์มีต่อแอนดรอยด์ด้วยเหตุผลที่แอนดรอยด์มาแย่งงานไปจากมนุษย์ ปัญหาความร้ายแรงข้างในครอบครัว อื่นๆอีกมากมาย ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแค่เพียงเอามาแต่งเข้าไปด้วยความล้ำหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ ก็เลยทำให้ผู้เล่นเข้าถึงโลกในเกมได้โดยง่ายแล้วก็เกือบจะไม่ต้องปรับนิสัยอะไรมากมายเลย

ถึงแม้ว่าแอนดรอยด์จะอำนวยความสะดวก แต่ว่ามนุษย์นิดหน่อยก็ไม่ชอบใจที่มาแย่งงานของตนเอง

ถ้าเกิดจะเทียบเคียงกันในรูปแบบของภาพยนตร์ หากเกม God of War ที่วางขายไปก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเปรียบเสมือนภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทุ่มทุนเป็นอันมากมีฉากตระการตาตื่นตาตื่นใจแทบตลอดระยะเวลากระทั่งไม่ต้องการที่จะอยากลุกไปเข้าส้วม เกม Detroit: Become Human นั้นก็จะเสมอเหมือน series ชุดที่แม้ว่าจะมิได้ใช้ทุนสร้างสูงเท่าแม้กระนั้นก็มีความล่อใจสามารถตรึงผู้เล่นให้ติดหนึบกับหน้าจอได้เช่นเดียวกัน โดยในส่วนของจุดไคลแมกซ์ด้านหลังเกมจะยิ่งทำให้ท่านต้องการเล่นถึงแม้ว่าจะจบไปเลยถึงแม้ว่าวันพรุ่งนี้คุณจำต้องตื่นแต่เช้าไปดำเนินงานก็ตามแต่

เกมเพลย์

สำหรับระบบการเล่นต่างๆของ Detroit: Become Human นั้นยังคงเป็นมาตรฐานเดิมคล้ายกับเกมที่ผ่านมาของ Quantic Dream โน่นเป็นพวกเราสามารถมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆในฉากได้อย่างจำกัดจำเขี่ยและไม่สามารถจะทำอะไรได้อิสระเท่าไรนัก จุดที่จะมีให้พวกเราตรวจสอบหรือสิ่งที่มีให้พวกเราได้นั้นจะกำหนดเอาไว้แน่นอนเพื่อพวกเราไปอ่าน หรือไปทำบางอย่างที่บางทีก็อาจจะมีผลต่อตัวเลือกถัดไปของพวกเรา แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าพวกเราจะเอื่อยเฉื่อยแล้วก็ทอดน่องได้น่าฟังเกือบทุกฉากจะถูกจำกัดด้วยเวลาผู้เล่นก็เลยจำเป็นต้องคิดเร็วทำเร็วรวมทั้งตกลงใจว่าจะเลือกตรวจอะไร หรือจะคลี่คลายเหตุการณ์ไปในทางไหน

การไล่จับแอนดรอยด์ไม่ปกติกับชีวิตของการการเป็นสามีภรรยาหู คุณเลือกอะไร?

แน่ๆว่าสำหรับฉากแอ็คชั่นหรือฉากไล่ล่าก็ยังคงมีอยู่ รวมทั้งกรรมวิธีการเล่นในฉากพวกนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเกมก่อนหน้าที่พวกเราต้องรอกดปุ่มที่ปรากฏบนจอภายในช่วงระยะเวลาที่จำกัด ถ้าเกิดกดพลาดนักแสดงพวกเราก็บางครั้งอาจจะเจ็บหรือบางทีก็อาจจะมีผลรุนแรงกว่านั้นเลยก็ได้

สิ่งที่จำต้องยกย่องสำหรับเกมนี้ก็คือ flowchart ที่พวกเราสามารถเลือกมองทางแยกที่มากมายนานาประการได้ ทำให้ผู้เล่นสามารถย้อนกลับไปเล่นฉากเก่าได้ตลอดเพื่อทดลองสลับตัวเลือกแล้วก็มองเหตุการณ์ที่ไม่เหมือนกันกับเดิม หรือครั้งคราวรายละเอียดเบื้องหน้าเบื้องหลังบางประการก็อยู่ในเส้นทางที่พวกเรามิได้เลือกด้วย

ระบบตัวเลือกคำตอบรวมทั้งเหตุของเกมนี้ นับว่าทำเป็นลึกซึ้งรวมทั้งละเอียดมาก บางทีอาจจะมากยิ่งกว่าเกมที่ผ่านๆมาของ Quantic Dream เองด้วย ดูเหมือนจะทุกตัวเลือกที่คุณตอบจะมีผลต่อความข้องเกี่ยวกับผู้แสดงลำดับรองที่คุณมีความสัมพันธ์ด้วย และก็ถ้าหากความเชื่อมโยงกับคนๆนั้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงก็จะเป็นการปลดล็อคตัวเลือกหรือโอกาสใหม่ๆในตอนหลัง นอกเหนือจากนั้นการที่ผู้เล่นตกลงใจทำไหมทำอะไรก็บางทีอาจมีผลในช่วงท้ายเกมเลยก็ได้ แล้วก็กว่าที่จะทราบว่าความประพฤตินั้นๆมีผลอะไร บางโอกาสผู้เล่นก็ลืมไปแล้วด้วย ตัวเลือกรวมทั้งผลที่เกิดขึ้นในเกมนี้ก็เลยไม่ใช่เป็นการเพียงแค่เลือกคำตอบเพียงแค่สองหรือสามตัวเลือกในเหตุการณ์นั้นๆแม้กระนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เล่นสะสมมาตั้งแต่ทีแรกจนกระทั่งส่วนท้ายเกม พูดได้ว่ามองเห็นบาปดีหรือบาปเลวทรามในแบบดิจิตอลกันบนหน้าจออย่างยิ่งจริงๆ

ปัญหาของเกม (และก็คือปัญหาตลอดมาของเกมจาก Quantic Dream) ก็อาจเป็นส่วนของการบังคับนักแสดงที่ออกจะไม่ลื่นไหลทำให้เดินติดวัตถุบ่อยครั้งรวมทั้งมุมกล้องถ่ายรูปที่ออกจะขัดข้องและไม่ได้ดังใจซักเท่าไหร่ ทำให้บางเวลาดูสิ่งที่จำเป็นต้องตรวจสอบไม่ค่อยจะมองเห็นเท่าไรนัก แต่ว่าข้อนี้ก็พอที่จะละเลยได้บ้างเนื่องจากตัวเกมไม่ใช่เกมแอ็คชั่นที่จะต้องย้ำการเคลื่อนไหวรวมทั้งการควบคุมที่สนองตอบฉับไวอะไรนัก

กราฟิก

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกมแนว interactive ของ Quantic Dream ไม่เหมือนกับเกมแนวเดียวกันของสตูดิโออื่นๆก็อาจไม่พ้นประสิทธิภาพกราฟิกนี่เอง หากเทียบกับเกม

Related posts