รีวิว Marvel’s Spider-Man (PS4) :คอลัมน์ สาระ1000เกมมิ่ง

รีวิว Marvel’s Spider-Man (PS4) รีวิว Marvel’s Spider-Man (PS4)

โดย ปอลนาโช่

หลักสำคัญน่าดึงดูด

– เกม Marvel’s Spider-Man มีแบบละม้ายกับหนังวีรบุรุษมาร์เวลมากมายก่ายกอง !!!ด้วยเหตุผลดังกล่าว!!! ระวังโดนสปอยล์ตอนสุดท้ายตามอินเตอร์เน็ตก่อนได้เล่นเอง

– เงื่อนเรื่องนับว่าเป็นเซอร์ไพรซ์สำคัญของตัวเกม ส่วนบทความชิ้นนี้ จะเอ๋ยถึงภาพรวมของเกมแล้วก็เรื่องราวส่วนต้น (Act1) แค่นั้น แต่ว่าแม้คนใดต้องการเล่นเองโดยไม่มีการรับทราบโดยไม่เจตนา เสนอแนะให้ไม่เห็นหัวข้อ “รายละเอียดและก็การนำเสนอ” ไปก่อนนะครับ

– คนเขียนเล่นจนถึงจบ ขณะเลเวลได้ 40 ใช้เวลาไปโดยประมาณ 20 ชั่วโมงกว่าๆแม้กระนั้นเวลานี้ซัดบวกไปอีก 30 กว่าแล้วยังไม่ทราบสึกว่าเกมมันจบ เล่นได้เรื่อย

– เนื้อหานี้ใช้เครื่อง PS4 แบบปกติสำหรับในการรีวิว

– เกมไม่ใช่ไม่มีติเตียน ด้วยเหตุว่าขั้นแรกๆกะให้แต้ม 7.5 ด้วย แต่ว่าเพียงพอเล่นไปซักพักๆผมปรับเป็นคะแนนใหม่(อยู่ด้านหลังบทความ)ให้โดยความเป็นธรรม แล้วก็มีเหตุมีผลชี้แจง…ส่วนเป็นทำไมนั้น ผมจะเริ่มเล่าประสบการณ์ให้ฟังนะครับ…ดังต่อไปนี้

=”wp-image-1547638 size-full” src=”https://www.khaosod.co.th/wp-content/uploads/2018/09/Spider-Man-PS4-Screen-6.jpg” alt width=”600″ height=”320″ data-has-syndication-rights=”1″ data-portal-copyright=”Matichon Public Co.,Ltd.” srcset=”https://www.khaosod.co.th/wp-content/uploads/2018/09/Spider-Man-PS4-Screen-6.jpg 600w, https://www.khaosod.co.th/wp-content/uploads/2018/09/Spider-Man-PS4-Screen-6-300×160.jpg 300w” sizes=”(max-width: 600px) 100vw, 600px” />รีวิว Marvel’s Spider-Man

รายละเอียดรวมทั้งการนำเสนอ

สไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นนี้ของ Insomniac Games เลือกใช้เหตุที่อิงมาจากตัวคอมมิค ที่ผมใช้คำว่าอิงก็เนื่องจากว่ามันมีการเขียนเรื่องราวให้กับเกมใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซึ่งโทนมันเน้นไปทางหนังสือการ์ตูน ผสมกับตัวภาพยนตร์เก่าๆของทางค่ายสังกัดเดิมเอง (ในเกมใช้นักเขียนบท 4 คน โดยหนึ่งในกลุ่มเป็น Christos Gage ผู้เขียนบทโด่งดัง ที่รับงานนิพนธ์ซีรีส์ให้มาร์เวล อย่างเรื่องแดร์ดีวิลนั่นก็ด้วย) ซึ่งตัวเรื่องราวนี่แหละ ที่นับว่าเป็นแก่นแกนดุจเพชรล้ำค่าของเกมไอ้แมงมุมเกมนี้อย่างยิ่งจริงๆ

เข้าทำนอง ระบบเกมด้านอื่นมีปัญหา แม้กระนั้นพบเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเซอร์ไพรซ์ ก็ทำให้เปลี่ยนเป็นเกมที่พวกเรารู้สึกคุ้มสำหรับเพื่อการซื้อได้ในทันที!

เป็นจะต้องพูดว่าตอนช่วงหลังของเกมมันมีโมเมนต์ที่ทำให้นักเขียน อุทานลั่นห้องบ่อยครั้ง ซึ่งอะไรอย่างนี้ล่ะนะครับ ผมจัดว่ามันเป็นประสบการณ์เชิงบวกที่คนเล่นจะได้รับแน่นอนแม้ได้เล่นเกมนี้ แล้วก็ควรจะให้แต้มกับตัวเกมไปเต็มๆ

เสียดายที่ผมไม่ต้องการที่จะอยากแตะต้องอะไรมากมายกับ “เรื่องราว” ของเกม ก็เลยขอเกริ่นให้มองเห็นจุดเริ่มกันนิดนึงเพียงพอ ว่า สถานะการณ์ใน Marvel’s Spider-Man จะเป็นช่วงๆที่ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ สวมบทเป็นมนุษย์แมงมุมรับใช้สังคมมาแล้ว 8 ปีเต็ม เรียนก็จบแล้ว ต้องหาการหางานทำ (ไม่บอกนะทำอะไรที่ใด) ระหว่างที่เหตุการณ์ในมาร์เวลนิวยอร์ก ก็แปลงผ่านไปตามระยะเวลา แต่ว่าสิ่งหนึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงโน่นเป็น “ความไร้มนุษยธรรม” ที่เกาะรับประทานอยู่ในทุกสังคม แถมตอนนี้มากันหลายตัว ภาระหน้าที่เมื่อยล้าหนักก็เลยตกอยู่กับปีเตอร์…เสียจนกระทั่งมันกระทบต่อชีวิตรักแบบวัยรุ่นที่คนวัยเดียวกับเขาควรจะเจอเจอะเจอ

ต่อไป เกมจะเบาๆเรียงร้อยเรื่องราวผ่านภารกิจต่างๆที่พวกเราในฐานะผู้เล่นจะต้องลงมือกระทำ โดยการเดินเรื่องจะทำผ่านคัตซีนเป็นหลัก (ได้นั่งดูหนังกันบานเลยล่ะ) แต่ว่าโน่นเป็นเรื่องราวใน Story mission แค่นั้นครับ เนื่องจากว่ามันยังมีเรื่องราวแบ่งย่อยในส่วนของ Side mission ตลอดจน Lore หรือพวกเกร็ดเรื่องราวในจักรวาลมาร์เวลให้พวกเราตามหาตามงัดแงะอีก “อย่างมากมาย” ซึ่งผมเองก็ยังตามเล่นไปหมด คาดว่าอาจใช้เวลาอีกนาน (แถมแผนที่มหานครนิวยอร์กก็กว้างใหญ่ใหญ่มหึมาเสียด้วย)

ระบบเกม

Marvel’s Spider-Man เป็นเกมโอเพ่นเวิลด์แท้ๆแบบเหมือนจับเอา The Amazing Spider-Man 2 (ใช่ขอรับ เกมที่โดนนักวิพากษ์วิจารณ์สับเหลวเกมนั้นนั่นแหละ) ที่ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เข้าที่ ผสมกับเกมอย่างอินเฟมัส, แอสฯ ครีด, แบตแมน อาร์คัม แล้วเคาะออกมาเป็นเกมของตนเอง ผู้เล่นที่เก๋าๆหน่อย จะศึกษาเกมได้แทบโดยทันทีเมื่อไปสู่เกม ด้วยเหตุว่าระบบรายการอาหารต่างๆละม้ายกับเกมที่กล่าวไป แถมถูกทำให้เข้าใจง่าย ใช้งานง่าย คาดว่าเพื่อรองรับผู้เล่นทุกแนว ที่ตรงนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน

แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เกมนี้มีความพิเศษเฉพาะของตนเอง มันก็คือการโหนใย ซึ่งให้ความรู้ความเข้าใจสึกที่ “โอเค” พลาดท่า ข้างหลังแวดวงเกมจำต้องผ่านประสบการณ์ไม่ดีมาจำนวนมากกับเกมสไปเดอร์แมน

วิธีการโหนง่ายสุดๆครับผม เพียงแค่กด R2 ค้างไว้ก็ไปได้เลย ที่เหลือก็บังคับแนวทางเพื่อเข้าโค้งงามๆอ้อมอาคาร หรือจะเพิ่มความเร็วด้วยการพุ่ง (ปุ่ม X) ประสมประสานกันไปก็ได้ ต่อไปนี้ ถึงมันจะใช้ง่ายก็จริง แม้กระนั้นจะใช้ให้ชำนาญก็จำเป็นต้องฝึกหัดซักบางส่วน บวกกับการเขียนจำแผนที่หรือพื้นที่ประกอบก็จะช่วยได้มากขึ้น

ในเกมมีฟาสต์ทราเวลให้ใช้ (นั่งรถไฟฟ้า) แต่ว่าจำต้องเล่นเกมผ่านตอนต้นไปซักระยะหนึ่งก่อนถึงจะใช้ได้

ด้านส่วนประกอบของเกม จะมี Story mission เป็นแกนหลัก กะพริบเป็นจุดสีเหลืองในแผนที่ จะไปเล่นเมื่อไรก็ได้ ไม่มีเงื่อนเวลามาควบคุม นอกเหนือจากนี้จะเป็น ภารกิจเสริม, ตามเก็บของสะสม, ปรับจูนเสาอากาศ(เพื่อเปิดแผนที่), ถ่ายรูปสถานที่สำคัญ, ทลายรังมิจฉาชีพ อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแต่ละโซนของเมือง จะมีเหล่าภารกิจแบบเนี้ย ให้ทำแทบ 15 ชนิด! (แต่ละชนิดก็จะมีปริมาณงานที่จำเป็นต้องทำต่างๆนาๆ) ซึ่งเมื่อรวมๆและจากนั้นก็เยอะแยะเลยนะครับ ผู้ใดกลัวซื้อเกมไปไม่คุ้มเงินบอกเลยว่าหายห่วง เล่นกันจนถึงเบื่อไปข้าง

ในส่วนของการต่อสู้ มีความคล้ายแบตแมนแค่นิดเดียว เนื่องจากว่าสไปดี้เน้นย้ำหลบเลี่ยงมากยิ่งกว่าสวนกลับ โดยคนเล่นดูได้จากสัญญาณเตือน spider sense ที่ศีรษะของสไปเดอร์แมนแทนที่หัวของศัตรู และก็จำเป็นต้องบอกเลยว่าเกมเน้นย้ำความเร็วสำหรับในการสนองตอบ เพราะฉะนั้นในโหมดยากของเกมนี้ก็ตึงมือจริงๆครับ (สามารถปรับระดับความยากง่ายได้ตลอดระยะเวลาในเกม)

มาถึง การประจันหน้าบอส…ซึ่งนี่เป็นจุดใหญ่ที่คนเขียนตัดคะแนนแบบเต็มๆอย่างยิ่งจริงๆ เนื่องจากว่ามันเป็นแพตเทิร์นมากเกินความจำเป็น บอสมีมูฟเซ็ตที่จำเจ มองออกง่าย และไม่มีตัวไหนท้าความสามารถอย่างแท้จริง ไม่รู้เรื่องว่ากลัวเด็กตัวเล็กๆเล่นไม่ผ่านหรือเช่นไร ขอบอกเลยว่าใครกันแน่อยากได้บอสอลังๆบู๊แบบดุเดือดเลือดพล่าน เกมนี้ขาดอย่างแรงครับผม

แถมอีกนิดว่า พวกศัตรูก็จะมีคลาสไม่กี่แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดอ่อนของผู้ใดกันของมัน ทำให้พวกเราจะต้องใช้เคล็ดลับเดิมๆสำหรับในการกำจัด ซึ่งมันทำให้เบื่ออยู่เช่นกัน…แต่ว่าตัวเกมใช้วิธีหนึ่งสำหรับเพื่อการปรับแต่งนี้ โน่นเป็น วัสดุอุปกรณ์รวมทั้งทีท่าที่อัพเกรดได้

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ซึ่งจบดำเนินการแล้ว มีความรู้และความเข้าใจพอใช้ ช่วยทำให้เขาสร้างสรรค์อัพเกรดวัสดุอุปกรณ์ยิงใยแบบต่างๆได้มากมาย ซึ่งมีคุณประโยชน์สุดๆเวลาใช้ต่อสู้ขอรับ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาโดนรุม) ส่วนการอัพเกรดตนเองจะแบ่งเป็น 3 สายสกิล เป็น การใช้ใยโหนแล้วก็การต่อสู้ในอากาศ, สกิลเชิงคุ้มครองป้องกัน แล้วก็ สกิลใช้ใยร่วมสำหรับในการต่อสู้ ซึ่งเกมอุตสาหะเสริมเข้าไปเพิ่มความมากมายหลายสำหรับการปะทะนั่นเอง

เว้นเสียแต่ที่กล่าวไปแล้ว เกมยังมีแบบอย่างการเล่นแนวสอบปากคำ(เหมือนเดอะวิชเชอร์3), การลอบเร้นผ่านด่าน, การไขปัญหาวงจรไฟฟ้ารวมทั้งสมการเคมีในสไตล์เกมพัซเซิลง่ายๆ, กับลอบเข้าตีรังมิจฉาชีพ(ซึ่งคล้ายเหมือนแบตแมนพอสมควรเลยล่ะ)

ใจความสำคัญท้ายที่สุดในส่วนนี้ก็คือ ชุดเกราะหรูๆ(โก้จริงๆนะรับรอง) ที่มีพื้นฐานในภาคหลักนี้ก็ราว 25-30 แบบแล้ว แต่ละแบบก็จะให้พรสวรรค์แตกต่าง (เช่น คุ้มครองลูกกระสุนปืน, ต่อยหนัก, ต่อยเสริมพลังงานไฟฟ้า อื่นๆอีกมากมาย) โดยเมื่อพวกเราปลดล็อกแล้ว ก็สามารถเอาความรู้ความเข้าใจที่ได้ ไปสวมชุดเกราะแบบอื่นๆที่มิได้ติดมาด้วยกันก็ได้ นำมาซึ่งการทำให้คนเล่นผสมชุดดังๆจากการ์ตูนสไปเดอร์แมน กับสกิลต่างๆได้ตามที่ใจต้องการ…เหล่าแฟนการ์ตูนคงจะยินดีฟังก์ชั่นนี้กัน

สรุปสำหรับหัวข้อ “ระบบเกม” นี้ก็คือ Marvel’s Spider-Man เป็นเกมที่เล่นง่ายทำความเข้าใจได้อย่างง่ายๆ มีอะไรให้ทำมาก(มากมาย) แต่ว่า มีการต่อสู้รวมทั้งการเผชิญหน้าบอสที่ยังมองขัดใจอยู่

กราฟิก

แล้วหลังจากนั้นก็มาถึงหัวข้อเจ้าปัญหาสำหรับคนเขียน เพราะเหตุว่าตอนแรกแทบหักคะแนนในจุดนี้ไปแล้วด้วย!

ขอเล่าอย่างงี้…ทีแรกๆผมจับได้ว่า ตัวเกมมีความแตกต่างของกราฟิกระหว่างภาพยนตร์คัตซีนแล้วก็ฉากเฉพาะ(ที่ใช้กับภารกิจเรื่องราว) กับ ฉากแผนที่ทั่วๆไปในเมือง โดยอย่างข้างหลังให้ความรู้ความเข้าใจสึกว่าหยาบคายกว่ากันพอเหมาะพอควร

เนื่องจากว่าเวลาภาพคัตซีนปรากฏ ประสิทธิภาพงานจะงดงามตามช่วง ในขณะที่ฉากในตึก, ฉากห้องทำงานของนักแสดงสำคัญ จะมีเนื้อหาเหมือนจริง มีของให้มองให้ดูมาก แต่ว่าเพียงพอตัดภาพไป กลับไปโหนใยในเมือง เพราะอะไรมันมองเตียนๆซึ่งผมเองรู้เรื่องว่า เพื่อความลื่นไถลไหลสำหรับในการเคลื่อนความเร็วสูง ก็เลยจำต้องอาศัยแนวทางการวางแบบเฉพาะบางสิ่งบางอย่าง เวลาที่การเล่าเรื่องหัวใจสำคัญในเกม ก็เลยจำเป็นต้องให้น้ำหนักมากยิ่งกว่า (ซึ่งตลอดการเล่น ผมไม่เจอปัญหาเกี่ยวกับการโหลดกราฟิกฉากไม่ทันเลยแม้กระทั้งครั้งเดียว)

ผมก็เลยทดลองออกตรวจสอบฉากถนนจริงๆในเมือง มองว่ามันมีตรงไหนผิดสังเกต…ก็เจอดังต่อไปนี้ขอรับ ว่า ดีเทลวัตถุบนอาคารสูงทั้งปวงจะดูกรบเรียบกว่าริมทางมากมาย ทั้งเนื้อหาบนบริเวณใบหน้า ท่าทาง ของคนเดินเท้าก็จะมองไม่สมจริงสมจังเท่าไรนัก ที่สำคัญพวกเราทำไรคนเดินเท้ามิได้ ทำเป็นเพียงแค่โบกไม้โบกมือทัก ต่างจากโอเพ่นเวิลด์เกมอื่นๆ…ซึ่งจะว่ากันตามจริง มันก็เพียงพอยอมรับได้อยู่นะ

แม้กระนั้น ภาพรวมที่ได้ทั้งสิ้นเมื่อเล่นไปเรื่อยผมก็มีความคิดว่าประสิทธิภาพงานกราฟิกมัน “โอเค” มองคล้ายinfamous second son แม้กระนั้นยังด้อยกว่าอันชาร์ตภาคปัจจุบัน หรือ horizon zero dawn อยู่นิดๆ

เสียงบรรยายแล้วก็เพลงประกอบ

งานบรรยายเสียงผู้แสดง

Related posts