วิถีแห่งอำนาจโลซก : คำโต้แย้ง จากโลซก (26)

“เสถียร จันทิมาธร”

การเสวนาระหว่างซุนกวนกับโลซก ข้างในห้องมีความจำเป็นอย่างมาก สำคัญไม่ด้อยไปกว่าที่เรียกว่า “แนวทางบนยี่ภู่” หรือ “ที่มีความสำคัญในการรบบนตั่ง” เนื่องจากว่าพอๆกับเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมรับรอง

สามก๊กสำนวน เจ้าพระยาพระคลังเก็บของ(ที) เล่าว่า

โลซกก็เลยว่า “อันคนทั้งผองมองเห็นพร้อมจะให้คุณไปเคารพโจโฉ เนื่องจากมองเห็นแม้กระนั้นจะสุขสบายนั้นเสมือนจะให้เป็นทุกข์ไปอีก กระผมคนเดียวไม่เห็นพ้องขอท่านอย่าได้ไปเคารพโจโฉเลย” 

ซุนกวนก็เลยว่า “ซึ่งไม่เต็มอกเต็มใจให้พวกเราออกไปก็ถูกใจอยู่ แต่ว่าความนึกคิดท่านมองเห็นอย่างใด”

โลซกก็เลยว่า “ผมมีความเห็นว่าโจโฉหรือจะเลี้ยงท่านยิ่งใหญ่ ถึงจะบำรุงก็แม้กระนั้นเป็นราว แม้ว่าจะมีบ่าวตามหลังอย่างยิ่งก็เพียงแค่ 4 คน ถึงจะมีม้าขี่ก็แม้กระนั้นตัวเดียวจะเสมือนท่านโสดแก่ชราอยู่ในเมืองกังตั๋งหรือ

“อันคนทั้งผองว่านั้นคุณประโยชน์จะรักษาตัวให้มีความสุขหาเจ็บร้อนด้วยท่านไม่ ซึ่งท่านจะคิดอ่านกระทำกับโจโฉนั้น อย่าได้เชื่อฟังถ้อยคำกลุ่มนี้สืบไปควรรีบเตรียมพร้อมการคุ้มครองรักษาตัวเหอะ”

ซุนกวนทอดใจใหญ่แล้วว่า “ตัวกระผมนี้อับโชค เสียแรงปลูกเลี้ยงคนทั้งผองไว้หวังจะได้เป็นเพื่อนเจ็บร้อนก็เสียเปล่า แม้กระนั้นโลซกคนเดียวรู้คุณสัตย์ซื่อรักพวกเราจริงๆแม้กระนั้นเวลานี้โจโฉก็ได้ทหารอ้วนเสี้ยวไว้เป็นนักโทษมากยิ่งกว่ามากมาย มีใจกำเริบเสิบสานนัก ซึ่งพวกเราจะคิดกระทำการต่อสู้ด้วยโจโฉนั้นจะผ่อนผันอย่างใดดี”

มีความสำคัญจำต้องอ่านสำนวนแปลใหม่ ชาติชั้นวรรณะไว พัธโนทัย

โลซกบอกว่า “ข้อเสนอแนะของพวกที่ปรึกษาเมื่อกี้คงทำให้คุณขุนศึกวิตกกังวลใจยิ่งนัก ซึ่งพวกเขาต้องการจะอ่อนน้อมยอมสวามิภักดิ์ต่อโจโฉนั้นพวกเขาต้องการจะทำก็ทำเป็น แม้กระนั้นท่านนายทัพจะทำแบบนั้นมิได้”

ซุนกวนถามคำถามว่า “ไฉนท่านก็เลยกล่าวแบบนั้น”

โลซกตอบว่า “ถ้าเกิดคนเดินดินสามัญยอมอ่อนน้อมต่อโจโฉก็คงจะได้กลับบ้านสบายๆหรือได้กินตำแหน่งหน้าที่ตามเคย

“ส่วนท่านนั้นเมื่อยล้าอมอ่อนน้อมต่อโจโฉแล้วท่านคิดจะไปอยู่ที่แห่งใดก็เลยจะเป็นสุข

อย่างยอดเยี่ยมก็จะได้บรรดาศักดิ์ไม่เกินพระยา รถยนต์ประจำการก็จะมีแต่เพียงคันเดียว ม้าขี่ก็จะมีตัวเดียว คนรับใช้ตามหลังก็มีเพียงแค่ไม่กี่คน ท่านจะนั่งเบือนหน้าไปทางด้านเสมือนท่านยิ่งใหญ่แก่ท่านเองได้หรือ

“อันว่าคนทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ความเห็นแม้กระนั้นคุณประโยชน์สุขส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ขอท่านอย่าได้ฟังเลย ควรจัดเตรียมสู้ศึกใหญ่อย่างเร็วเถอะ”

ซุนกวนถอนหายใจแล้วว่า “พวกเราฟังถ้อยคำของบรรดาที่ปรึกษาทั้งหมดแล้วรู้สึกผิดจากที่คิดยิ่งนัก ก็มีแม้กระนั้นคำร้องของท่านแค่นั้นที่ประทับใจพวกเรา ฟ้าประทานโลซกให้แก่พวกเราโดยแท้จริง ถ้าว่าในตอนนี้โจโฉได้ทหารอ้วนเสี้ยวไว้เป็นอย่างยิ่งมากมายรวมทั้งเมื่อเร็วๆนี้ยังได้ทหารเกงจิ๋วมาเพิ่มเข้าอีก

“ก็เลยเกรงว่ากำลังของพวกเราจะยับยั้งกำลังอันใหญ่โตของศัตรูมิได้”

ข้อสรุปของโลซกถ้าว่าซุนกวนยอมรับความพ่ายแพ้ สวามิภักดิ์ต่อโจโฉสำคัญเป็นอย่างมาก แม้อ่านสามก๊กอีกทั้ง 3 สำนวนประกอบเข้าด้วยกันก็จะเห็นภาพได้แน่ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำร้องของโลซกที่ว่า

“อย่างยอดเยี่ยมก็จะได้บรรดาศักดิ์ไม่เกินพระยา รถยนต์ประจำการก็จะมีแต่เพียงคันเดียว ม้าขี่ก็จะมีตัวเดียว คนรับใช้ตามหลังก็มีเพียงแต่ไม่กี่คน ท่านจะนั่งหันไปทางด้านใด”

ประโยคข้างหลังนี้สำคัญ

สามก๊กสำนวน ชนชั้นไว พัธโนทัย ทำคำอธิบายเพิ่มเติมชี้แจงว่า “ขนบธรรมเนียมจีน กษัตริย์ย่อมประทับผินหน้าไปทางใต้” นี่พอๆกับตีไปกึ่งกลางขนดหางของซุนกวน

สามก๊กสำนวน พญ.นางงาม สุชนิดวณิช ทำวงเล็บชี้แจงขยายความโดยการเอาบทเรียนจากประเทศเกงจิ๋วว่า “(หลิวฉง ยอมรับความพ่ายแพ้จนตาย ส่วนหวางซ่าน ขวักไขว่เหลียงแล้วก็ผู้อื่นกลับได้ตำแหน่งดีมีเพียงแต่หลิวฉงที่ถูกฆ่า ถ้าหากยอมรับความพ่ายแพ้เฉาเชาซุนฉวัดเฉวียนก็จะมีชะตาชีวิตชนิดเดียวกันกับหลิวฉง)”

หลู่ซู่ก็เลยว่า “คนอื่นๆยอมแพ้ได้ แม้กระนั้นท่านมิได้”

หนังสือ 101 ปริศนาสามก๊กตอนที่ 53 เพราะเหตุไรโลซกนั่งรถยนต์โคเข้าท้องพระโรง อ้างถึงเรื่องเก่าแก่สามก๊กย่าง ภาคง่อก๊ก ตอนความเป็นมาโลซกบันทึกไว้ว่า

ก่อนกำเนิดศึกเซ็กเพ็กเหล่าเจ้าขุนมูลนายข้างข้าราชการมีเตียวเจียว ฯลฯ เสนอให้ซุนกวนยอมอ่อนน้อมต่อโจโฉ แต่ว่าโลซกกลับท้วงสุดกำลังโดยกล่าวกับซุนกวนว่า

ในเวลานี้ข้าพระพุทธเจ้าโลซกอ่อนน้อมต่อโจโฉได้ แต่ว่าท่านขุนศึกมิได้เด็ดขาด ไยข้าพระพุทธเจ้ากล่าวแบบนี้

เดี๋ยวนี้ถ้าเกิดผมอ่อนน้อมต่อโจโฉ โจโฉก็จะส่งคืนถิ่นฐานตั้งให้เป็นเจ้าขุนมูลนายเขตแดน กระผมก็จะได้รับราชการกับโจโฉ นั่งรถยนต์โคมีข้าราชการติดตาม ท่องเที่ยวคบค้ากับเหล่าเจ้าขุนมูลนายแล้วก็นักปราชญ์ แล้วก็จำต้องได้ตำแหน่งถึงระดับเจ้าผู้ครองเมืองหรือข้าราชบริพารเขต

“แม้กระนั้นท่านขุนศึกยอมอ่อนน้อมต่อโจโฉจะไปอยู่ที่แห่งไหน”

Related posts