แบ่งปันประสบการณ์ ลดน้ำหนัก จากหนุ่มร่างใหญ่ที่ น้ำหนักตัว 156 กิโลกรัม พอลดได้ปุ๊บก็หล่อปั๊บ

    คนใดกันที่กำลังมองหาแรงดลใจดีๆสำหรับเพื่อการ ลดความอ้วน อยากที่จะให้อ่านรีวิวการ ลดไขมัน ดีๆที่ คณะทำงานเอามาฝากกันในวันนี้ ซึ่งรีวิวนี้ก็เป็นของสมาชิกพันทิปเลข 5895839 เล่าว่า..

       สวัสดีนะครับ หัวข้อนี้เป็นหัวข้อแรกของผม ผมจะมาเล่าประสบการณ์การลดหุ่น จากผู้ที่น้ำหนักสูงถึง 156 โลนะครับ จนถึงเดี๋ยวนี้วันที่เขียนหัวข้อนี้ น้ำหนัก 100 โลครับผมตอนนี้ ผม อายุ 29 ปี นะครับน้ำหนักเยอะที่สุด แล้วก็เป็นน้ำหนักที่ตกลงใจ ลดหมายถึง156 กก.นะครับ ความสูง 186 ซม. (BMI=45.09) ตามเกณฑ์ BMI นี้ ก็จัดว่าอ้วนจนถึงอันตรายครับผม (mobid obesity) 

 

 

นี่เป็นภาพก่อนลดหุ่นขอรับ

    นี้น้ำหนัก 156 โลขอรับ ถ่ายเมื่อ 19 เดือน ก่อนเริ่มลดหุ่น  

    ข้อแรกจำต้องขอเล่าก่อนนะครับ 

 

 

    ผมเป็นผู้ที่น้ำหนักตัวมากมายตั้งแต่เด็ก เป็นคนทานอาหารเยอะแยะในวันแล้ววันเล่า แถมมีของหวานเล็กๆน้อยๆประจำตัว ตลอด ตอนเรียนมหาวิทยาลัยยิ่งน้ำหนักตัวพุ่งเลยขอรับ ปี 1 หนัก 110 โล ตอนเรียน ของกินหลัก ก็ หมูกระทะ บะหมี่ครึ่งหนึ่งสำเร็จรูปตามเดิมขอรับ แต่ว่ารับประทานจำนวนมาก อย่างบะหมี่ครึ่งสำเร็จรูป ผมรับประทานมื้อนึง 4-5 ห่อ กว่าจะอิ่ม เลยทำให้ผมจบการศึกษามีน้ำหนักตัวเพิ่มเป็น 145 โล ในช่วงเวลา 6 ปีครับผม

ภาพนี้เป็นภาพตอนอยู่ มัธยม6 ขอรับ ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยไม่นาน น้ำหนัก โดยประมาณ 108-109 กิโล

 

 

ความเจริญตอนปี 1 ปี 2 ปี 3 ครับผม 

    ผลงาน ความกล้าหาญเล็กน้อยที่เกิดบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนก่อนผมใกล้จะจบ ตอนฝึกฝนการทำงานขอรับ เก้าอี้หัก  เตียงหัก นี่บ่อยมาก จนถึงตอนหลังไม่ค่อยกล้านั่งเก้าอี้พลาสติก ไม่ค่อยกล้านอนเตียงไม้โปร่งๆแล้วครับผม  

    คิดออกมีครั้งนึง ครับผมไปทำกิจกรรมที่สวนสมุนไพร วิ่งบนสะพานไม้ แล้วสะพานหัก จนถึงขาตกลงไปใกล้กับสะพาน ตัวก็ติดอยู่อยู่บนสะพานแบบงั้นเลยครับผม เป็นแผลเลือดไหลเยอะแยะเลยครับผม ขณะนั้น จากนั้น ก็จะระมัดะวังการใช้สะพานไม้ มากมายเป็นพิเศษขอรับ 

 

 

กว่าจะจบ น้ำหนักก็พุ่งไป 145 กิโลนะครับ 

    ภาพนี้ก็ตอนที่เพิ่งจะจบการศึกษาใหม่ๆ ขอรับน้ำหนักโดยประมาณ 145 กิโลขอรับหลังจบการศึกษา ก็ดำเนินงานได้ 2 ปี ความประพฤติปฏิบัติการกินผม ยังคงคล้าย เดิม ในช่วงเวลานั้นยังไม่มีสมองที่จะลดความอ้วนเลยครับผม เลยทำให้น้ำหนักตัวขึ้นไป ราวๆ 150 กิโล

 

 

    ภาพนี้ถ่ายหลังเรียนจบแล้วดำเนินงาน ราว 1 ปีขอรับ น้ำหนักราว 150 กว่าๆ 

    กระทั่งดำเนินการไป 2 ปี ผมได้โอกาสได้ไปศึกษาต่อ ตอนปีเเรกของการเล่าเรียนต่อ คิดออกว่าเครียดมากมาย งานหนักมากมาย เลยทำให้รับประทานจำนวนมาก นอนไม่เพียงพอ น้ำหนักตอนเรียนไป 1 ปี ขึ้นมาเป็น 156 โล นะครับ จนถึงคนที่อยู่รอบข้างเป็นห่วง คุณครูแพทย์ และก็รุ่นพี่ถึงขนาดเชื้อเชิญผมเข้ากระทำผ่าตัดกระเพาะ เพื่อลดหุ่นเลยขอรับ แต่ว่าในช่วงเวลานั้นบอกตามจริง ว่ากลัวการผ่าตัดรวมทั้งยังไม่คิดจะลดหุ่นเอาจริงเอาจังครับผม

    มูลเหตุที่ลดความอ้วนมี 2 ต้นเหตุขอรับ  

    1.หมายถึงคิดว่าตนเอง อายุมากเพิ่มขึ้นกลัวโรคภัยไข้เจ็บขอรับ ขณะนั้นพิจารณาตนเองเดินขึ้นบันไดไม่ไหว เดินไปรับประทานข้าวก็อ่อนแรงแล้วนะครับ ตอนศึกษาต่อ ลักษณะการเล่าเรียนเป็นแถวปฏิบัติซะส่วนใหญ่ แม้เป็นได้ก็จะเพียรพยายามไม่เดินไปไหนมาไหนขอรับ เพราะเหตุว่าแม้เดินมากมายๆจะมีลักษณะอาการที่คนน้ำหนักตัวเป็นจำนวนมากจะเป็นกันเป็นปวดหัวเข่า ปวดขามากมาย เป็นแผลรอบๆขาหนีบ เนื่องด้วยผิวหนังเสียดสีกับขอบของกางเกงชั้นในขอรับ หากเป็นขึ้นมาจะมีผลให้เดินอย่างลำบากมากมาย แถมหากยืนนานๆราวๆ 5-10 นาที ก็จะเริ่มปวดหลัง แต่ว่ายังไม่มีโรคประจำตัวนะครับ รอหมั่นเชคความดัน น้ำตาล เรื่อย

 

 

    2. เพราะปี 2 ของการศึกษาเล่าเรียน ผมจะต้องย้ายสถานที่เรียนต่อชั่วครั้งชั่วคราว ก็เลยทำให้จำต้องแยกตัวห่างจากแฟนขอรับ เลยมีการท้ากันประเด็นการลดความอ้วนครับผม ว่า 1 ปีภายหลังที่ไม่เจอะกันต้องลดความอ้วนให้ได้ นี่เป็นภาพภายหลังจากเริ่มลดความอ้วนมา 19 เดือนนะครับ ในขณะนี้น้ำหนักตัว 100 กก. เอวจาก 55 นิ้ว เหลือ 37 นิ้ว BMI จาก 45.09 เหลือ 28.90 ขอรับ 

 ทดลองเอาเสื้อตัวเดิมมาใส่มองขอรับ 

    แนวทางการลดความอ้วนของผม ก็อาจเป็นคล้ายกับสมาชิกท่านอื่นครับผมเป็นการควบคุมของกิน แล้วก็บริหารร่างกายครับผม 

    แม้กระนั้นผมในตอนแรกที่น้ำหนักตัวจำนวนไม่ใช่น้อย การบริหารร่างกายนั้น ยิ่งนักร้ายแรงสำหรับตัวผมมากมาย เลยเข้ายิมไปขอคำแนะนำกับข้าราชการของยิมเลยขอรับ 
แบบกล้าๆ กลัวๆ เพราะเหตุว่าชีวิตก่อนหน้าที่ผ่านมา เกือบจะไม่เคยเข้าไปในยิมมาก่อน  

    ข้าราชการน่ารักน่าเอ็นดูมากมายนะครับ รู้เรื่องรวมทั้งชี้แนะอย่างยอดเยี่ยมครับผม ผมเลยทดลองเอาอย่างเค้า เป็นการบริหารร่างกายแบบ weight training ครับผม โดยผมก็คิดว่าผมทำเป็นจริงมากยิ่งกว่าการ Cardio (ในช่วงเวลานั้น cardio ไม่ไหวจริงขอรับ อ่อนล้า หอบ ปวดหัวเข่ามากมายๆๆ)

    ส่วนของกิน ผมก็มิได้มีองค์ความรู้มากนักขอรับ ใช้แนวทางคุณครูพักลักจำมาบ้าง อ่านตามหัวข้ออื่นๆมาบ้าง แม้กระนั้นแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ตัวผมเองทำเป็นอย่างไม่ฝ่าฝืนสูงที่สุดขอรับ

    โดย สรุป มี 2 อย่างที่เปลี่ยน เป็น

    1. น้ำหวาน น้ำปั่น ทุกหมวดหมู่ งดเว้นเลยนะครับ รายการอาหารโปรดหมายถึงมื้อเช้าตรู่ มอคค่าปั่น มื้อกลางวันสตรอเบอร์รี่ปั่น รับประทานหลายครั้งนะครับ

    2. "ลด" รูปร่างของของกินที่มีแป้งลงนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมื้อกลางวัน และก็มื้อเย็น แต่ว่าในส่วนของ ของกินที่รับประทานก่อนที่จะมีการเริ่มออกกำลังกาย ผมยังรับประทานแป้ง แซนวิช ก่อนไปบริหารร่างกาย 30 นาที เพื่อจะได้มีแรงขอรับ

    โดยสรุป อาหารเช้า ผมแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนะครับ มี 2 กรณีหมายถึงมีเวลามาก ตื่นมายามเช้าหน่อย ก็จัดเต็มครับผม กับกรณีรีบๆก็จะเป็นอีกแบบนึงครับผม แต่ว่าจำเป็นจะต้องรับประทานทุกเมื่อเชื่อวันนะครับ มื้อยามเช้า

    อันนี้เป็นตัวอย่างอาหารมื้อเช้าขอรับ จะมีความคิดเห็นว่าเป็นของกินธรรมดาทั่วๆไปเลยครับผม เพียงแค่ลดจำนวนข้าวลง เหลือเพียงราว 1-2 ทัพพี (จากธรรมดา 4-5 ทัพพี)

    ส่วนอันนี้เป็นตัวอย่างกรณี ตื่นสาย เวลาน้อย แต่งตัวเสร็จจะรีบแวะร้านค้าสบายซื้อขอรับ

    ที่เปลี่ยนอย่างยิ่งสำหรับผมหมายถึงเครื่องดื่มระหว่างวันนะครับน้ำหวานต่างๆงดเว้น กาแฟ ช่วงเวลาเช้าจาก มอคค่าปั่น ผมกลายเป็น americano ครับผม ระหว่างวันจะกินน้ำ โดยประมาณ 4-6 ลิตร ขอรับ ยังแอบมีน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาลอยู่ครับผม เพราะถูกใจรับประทาน

รายการอาหารโปรดเลยนะครับ กาแฟปั่นหวานมัน 

    ส่วนมื้อกลางวัน ผมจะทานเพียงแค่ 3-4 รายการอาหารเพียงแค่นั้นนะครับ ทานจนถึงเเม่ค้านึกออกแล้วนะครับ

    1. เกี๊ยวหมู ต้มยำพิเศษมากมายๆ

    2. เกาเหลาหมู พิเศษลูกชิ้นอีกตามภาพ

    3. วันไหนต้องการคลีนหน่อย ก็ทานสลัดปลาย่างนะครับ แต่ว่าจำเป็นที่จะต้องทาน 2 ชุดครับผม เพราะเหตุว่าไม่อิ่มครับผม จานเดียว

รายการอาหารประจำมื้อกลางวันครับผม

    ส่วนของหวานที่ถูกใจรับประทาน ก็ลดดูเหมือนจะทั้งหมดนะครับ มีกินตามความต้องการบ้างเล็กๆน้อยๆขอรับ โดยยิ่งไปกว่านั้น เครป ถูกใจทานมากมาย

    มื้อเย็นแบ่งเป็นสองมื้อย่อยครับผม

    1. มื้อเล็กๆก่อนไปยิม ผมจะทาน แซนวิชเป็นหลักนะครับ ซื้อตามร้านค้าสบายซื้อ ข้างหลังเลิกงาน รับประทานไปในรถยนต์ก่อนไปยิมขอรับ

    2. ข้างหลังยิม ก็เปลี่ยนแปลงของกิน ตามนี้เลยขอรับ "รับประทานโปรตีนจนถึงอิ่ม" สำคัญๆผมก็ทานไก่ย่างโดยประมาณครึ่งท่อน นะครับ (ยังคงรับประทานหนังไก่ ด้วยเหตุว่าถูกใจ และก็เสียดายนะครับ)

    นอกเหนือจากนั้น รูปร่างของกินที่เป็นผักผลไม้ ผมทานเพิ่มจากธรรมดาพอควรนะครับ ช่วยทำให้อิ่ม และไม่ให้ท้องผูกด้วยครับผม

    ประเด็นการบริหารร่างกาย เหตุเพราะผมแทบจะไม่เคยบริหารร่างกายมาก่อนเลย ในขณะนั้น อยู่ตามลำพังไม่เคยทราบจะขอความเห็นคนไหนครับผม เลยสะสมความเก่งกล้า เดินเข้าไปในยิม ที่อยู่ใกล้ๆกับบ้านพักที่

    ช่วงแรกเพียงแค่จะสมัคร เผื่อไป เดินๆบนทางวิ่ง วันละพักนึงขอรับ แต่ว่าพอดิบพอดีข้าราชการชี้แนะมานะครับ ปัญหาของผมเป็น แรงไม่มี และก็ถ่เดินนานๆจะปวดหัวเข่ามากมายนะครับ

    ท้ายที่สุดเลยมาจบลง ที่การบริหารร่างกายแบบ weight training ขอรับ (ไม่เคยทราบจะมาก่อน) ผมเลยได้ทดสอบ ให้ personal trainer ดูแลให้ทีแรกๆครับผม ผมโชคดีที่ได้ trainer ที่รอบำรุงผมหลายสิ่งหลายอย่าง อีกทั้งของกินแต่ละมื้อ ของกินก่อนการเริ่มออกกำลังกาย ของกินข้างหลังบริหารร่างกายขอรับ พูดได้ว่า ช่วยเหลือกัน รีดน้ำหนักสุดกำลังครับผม

    ผมไปยิม อาทิตย์ละ 5 วันครับผม (อีกส

Related posts